ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยยุคดิจิทัล
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้ เป็นวิจัยเชิงเอกสาร มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมทางสังคมใน ยุคดิจิทัล (2) เพื่อศึกษาผลกระทบยุคดิจิทัลที่มีต่อพระพุทธศาสนา (3) เพื่อเสนอแนวทางการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาที่เหมาะสมกับสังคมยุคดิจิทัล ผลการวิจัยพบว่า ในยุคดิจิทัลนั้น สภาพแวดล้อมทางสังคม พระสงฆ์ องค์กรสงฆ์ควรต้องมีพระสงฆ์ที่ศึกษาและพัฒนาในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้น โดย อาศัยความเจริญทางเทคโนโลยีเผยแผ่ธรรมผ่านอินเทอร์เน็ตหรือช่องทางอื่น ๆ ผลกระทบของเทคโนโลยี สารสนเทศต่อพุทธศาสนา ด้านบวกคือ พระสงฆ์ไทยมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนบาลีและสามัญดีขึ้น มีการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปได้ทั้งในและต่างประเทศในช่องทางสื่อดิจิทัล เยาวชนได้ศึกษา พระพุทธศาสนาในระบบสื่อแบบมัลติมิเดียได้มากขึ้น และการแจ้งข่าวสารคณะสงฆ์ได้เร็วขึ้นใน ช่องทางดิจิทัล ผลด้านลบ คือ การใช้งานที่ไม่ควรของพระสงฆ์ในการแชร์ภาพ การโพสต์ภาพที่ไม่ดี เป็นผลให้เกิดความเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ไม่ได้รู้จักการแบ่งเวลาในการกำจัดกิเลส และการทำกิจวัตรของสงฆ์ และเกิดผลกระทบการรักษาพระธรรมวินัยในการใช้สื่อโซเชียลในด้านที่ เป็นภัยต่อเพศสมณะ แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เหมาะสมกับสังคมยุคดิจิทัล คือ เผยแผ่ พระพุทธศาสนาในช่องทางสื่อโซเชียลต่าง ๆ เช่น สังคมในเฟสบุ๊ค (Facebook). ไลน์ (Line). ยูทูป (Youtube) และเว็ปไซต์ (www.)
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2548). คนไทยกับเทคโนโลยี. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิปัญญาประทีป
พระครูโฆฆิตสังฆพิทักษ์. (2560). “กลยุทธ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ไทยในสังคมปัจจุบัน”. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์. 17(3): 212 – 213.
พระมหาธนิต สิริวฒฺฑโน. (2558). “รูปแบบและกระบวนการสื่อสารพุทธธรรม”. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่. 16(2): 23..
พระเลิศพิพัฒน์ จนฺทปญฺโญ (แก้ววันทอง). (2554). “บทบาทของพระสงฆ์ในสังคมโลกาภิวัฒน์”. วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม. 7(2): 32 – 33.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.