การสร้างพลังชุมชนเมืองเก่าน่านในการยกระดับเมืองเก่าน่านเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษา: บ้าน ทุ่งน้อย ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพชุมชนบ้านทุ่งน้อยในการยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2) เพื่อเสนอแนวทางการสร้างพลังชุมชนเมืองเก่าน่านในการยกระดับด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การวิจัยครั้งนี้เป็นเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In–depth Interview) เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ในครั้งนี้ได้ทำการศึกษาในพื้นที่บ้านทุ่งน้อย หมู่ 4 ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
ผลการวิจัยพบว่า
- ศักยภาพชุมชนบ้านทุ่งน้อยในการยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สะอาดในสถานที่ท่องเที่ยว ยังไม่ได้มีการประยุกต์เข้ามาใช้ดำเนินการกับกิจกรรมท่องเที่ยว มีการจัดการการมีส่วนร่วมของประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการเดินทางตลอดถึงนำจุดเด่นในสถานที่ท่องเที่ยว คณะกรรมการต้องช่วยกันรักษาความสะอาดเท่าที่ควร ดำเนินส่งเสริมชุมชนโดยการพัฒนาที่มีคนในชุมชนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วมในการพัฒนายังไม่ได้ตอบสนองต่อบริบทในชุมชน ซึ่งยังไม่ได้มีการเผยแพร่ให้ผู้ที่ต้องการศึกษาเท่าที่ควร ความรู้สึก ความเชื่อมั่นตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย การเมืองเก่าน่านในเชิงวัฒนธรรม การสร้างความเข้มแข็งครอบครัวและชุมชน สนับสนุนในทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงวัฒนธรรมอันดีงาม ด้านศิลปะและวัฒนธรรม
- เสนอแนวทางการสร้างพลังชุมชนเมืองเก่าน่านในการยกระดับด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพัฒนาทางเศรษฐกิจของชุมชนกระจายเข้าไปในท้องถิ่นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว การจัดการการท่องเที่ยวสนับสนุนหรือประชุมหารือกันเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยจากทั้งภายนอกและภายใน คือ ผู้นำ เป็นหลักการพัฒนาการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ดึงดูดนักท่องเที่ยว เยี่ยมชมงานสถาปัตยกรรม และสัมผัสวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน วัฒนธรรมแบบอย่าง การดำเนินชีวิตของคนที่อยู่กันเป็นสังคมนั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์ วิธีการ และความคิด ความเชื่อ ที่สร้างใช้ร่วมกัน วิธีการที่ใช้ดำรงชีวิตในหมู่คณะนั้น สังคมและวัฒนธรรมในชุมชนบ้านทุ่งน้อย ลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่ต่างกัน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ. “การท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมแบบยั่งยืน”. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ.ศ. 2559.
กิตติศักดิ์ กลิ่นหมื่นไวย. “แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนท่ามะโอ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง”. รายงานการวิจัย. วิจัยเชิงปริมาณ วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง. พ.ศ. 2561.
โกวิทย์ เหมือนสังข์. “แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษา: อุทยานนกน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอุทยานนกน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง”. รายงานการวิจัย. วิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. พ.ศ. 2559.
พัชรินทร์ สุขประมูล และคณะ. เอกสารประกอบการนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ชุดที่ 3 ศิลปะเมืองน่าน. พิมพ์ครั้งที่ 1. น่าน : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน กรมศิลปากร. 2545.
สไบทิพย์ อุดแดง และคณะ. น่านเมืองเก่าที่มีชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 2. น่าน : อิงค์เบอร์รี่. 2540.
ธวัส คำธิตา. พงศาวดารจังหวัดน่าน. พิมพ์ครั้งที่ 1. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์ดาว. 2543.
วรวรรธน์ วงษารัตน์. หัตถกรรมล้ำค่า ภูมิปัญญาชาวน่าน. พิมพ์ครั้งที่ 1. น่าน : 2547. หน้า 67.
สโรช รัตนมาศ และคณะ. วัฒนธรรมสร้างสรรค์ Creative Culture น่าน. พิมพ์ครั้งที่ 1. น่าน : 2553.
แผนพัฒนาจังหวัดน่าน. พ.ศ. 2448 – 2461.
ลักษมี ทุ่งหว้า. “การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการทีมงาน: กรณีศึกษา กลุ่มแม่บ้านชุมชนเปรมฤทัย เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร”. รายงานการวิจัย. วิจัยเชิงคุณภาพ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2561.
กาญจนา สุระ. “การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่”. รายงานการวิจัย. วิจัยเชิงคุณภาพและสนับสนุนด้วยการวิเคราะห์เชิงปริมาณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2558.
วันชัย วัฒนศัพท์. คู่มือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจของชุมชน. กรุงเทพมหานคร : สถาบันพระปกเกล้า และมูลนิธิอาเซีย. 2552.
สุถี เสริฐศรี และคณะ. “แนวทางการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในชุมชนคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม”. รายงานการวิจัย. เชิงคุณภาพ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ.ศ. 2560.