ภาวะผู้นำในการบริหารงานกิจการคณะสงฆ์ ของพระราชปัญญาโมลี (จำรัส ทตฺตสิริ)

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พุทธิพงษ์ กันทะรส

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ ๑. เพื่อศึกษาแนวคิดภาวะผู้นำเชิงพุทธในการบริหาร
กิจการคณะสงฆ์ ๒. การบูรณาการหลักภาวะผู้นำเชิงพุทธเพื่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของ
พระราชปัญญาโมลี (จำรัส ทตฺตสิริ) ๓. รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำในการบริหารกิจการคณะสงฆ์
ของพระราชปัญญาโมลี (จำรัส ทตฺตสิริ)
ผลการวิจัยพบว่า
๑.ภาวะผู้นำเชิงพุทธในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ที่เหมาะสมในยุคโลกาภิวัตน์ ได้แก่
ภาวะผู้นำเชิงพุทธในทางพระพุทธศาสนาได้เน้นให้เห็นความสำคัญของตัวบุคคล เพื่อให้บุคคลสำรวจ
ฝึกฝนปรับปรุงตนเอง เพราะต้องการให้รู้จักตนเอง รับผิดชอบตนเอง เคารพเชื่อมั่น และช่วยเหลือ
ตัวเอง การมีภาวะผู้นำคือการมีศิลปะจูงใจและอำนวยการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติภารกิจตามที่พึง
ประสงค์ด้วยการเชื่อฟัง เชื่อมั่น เคารพนับถือและร่วมมืออย่างจงรักภักดี หลักธรรมต่างๆ ในทาง
พระพุทธศาสนาที่ปรากฏในพระไตรปิฎก ผู้นำสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันได้
เป็นอย่างดี เพื่อให้การบริหารลุล่วงไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนามาปรับและประยุกต์ ประกอบด้วย หลักอธิปไตย ๓ หลักหลักสังคหวัตถุ ๔ หลักพละ
๕ พรหมวิหาร ๔ เป็นต้น
๒. การบูรณาการหลักภาวะผู้นำเชิงพุทธเพื่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์
ของพระราชปัญญาโมลี (จำรัส ทตฺตสิริ) ทั้ง 5 ด้านที่โดดเด่น เป็นผู้นำที่สอดคล้อง
ในพระพุทธศาสนา คือ ลักษณะของธรรมราชา และลักษณะของเทวราชา อีกทั้งสามารถประยุกต์ใช้
เพื่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ กลาวคือ รูจักการใช่หลักอธิปไตย ๓ ในด้านการปกครอง รูจักการใช
หลักพรหมวิหาร ๔ ในด้านการปกครอง การใช้หลักสังคหวัตถุ ๔ ในดานการศึกษาสงเคราะห
สาธารณสงเคราะหและการสาธารณูปการ การใชหลักพละ ๕ ในดานการศึกษาและการเผยแผ
๓. รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของพระราชปัญญาโมลี
(จำรัส ทตฺตสิริ)ได้แก่ เป็นผู้ที่มีปัญญาและวิสัยทัศน์ และรู้จักวิธีการประพฤติประโยชน์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ร่วมงาน ด้วยการพัฒนาระบบการบริหารงานในองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการทำงาน มีการคิดอย่างเป็นระบบ มีการ
ทำงานเป็นทีม มีการแก้ไขปัญหาโดยยุติธรรม ตลอดจนการสร้างวิสัยทัศน์ให้แก่คณะสงฆ์เพื่อให้
คณะสงฆ์มีส่วนร่วมกันทำงานในการบริหารกิจการทั้งหลายของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งเป็นภาวะผู้นำที่ตรง
ตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ หลักอธิปไตย ๓ หลักสังคหวัตถุ ๔ หลักพละ ๕
พรหมวิหาร ๔ เป็นเบื้องต้น

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลง

กรณราช วิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

กฤต ศรียะอาจ “หลักการปกครองของขงจื้อ”, พุทธศาสตร์ปริทัศน์.ปีที่ ๔๔ มกราคม ๒๕๔๘.

พระศรีปริยติโมลี (สมชัย กุสลจิตโต), สงฆ์ผู้นำสังคม, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหา

จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗.

ธิตินัดดา จินาจันทร์, "กลวิธีการใช้ภาษาในการสร้างเรืองชาดก : กรณีศึกษาจากสุวัณณ

สังขราชกุมารชาดก" วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

,๒๕๔๓.

ประสาท สุขเกษม, "บทบาทของพระภิกษุสงฆ์ในการขัดเกลาทางสังคมแก่เยาวชน ศึกษา

กรณีค่ายคุณธรรมวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่”, วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิต

วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๒

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต),รัฐศาสตร์และจริยธรรมนักการเมืองแนวพุทธ

กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิพุทธธรรม, ๒๕๔๘.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต), เมืองไทยจะวิกฤติถ้าคนไทยมีศรัทธาวิปริต

กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธธรรม, ๒๕๓๗.

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๑๕ ตรี (๑) และ (๓) และกฎ

มหาเถรสมาคมฉบับที่ ๒๓ พ.ศ.๒๕๔๑ ข้อ ๕.

สุรพงษ์ จันลิ้ม, "ศึกษาวิเคราะห์คุณธรรมจากชาดก ตามที่ปรากฏในสาระการเรียนรู้

พระพุทธศาสนา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาพุทธศักราช ๒๕๕๔

วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒๕๔๗.