ประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการพัฒนากลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา กลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

อนุศักดิ์ บัวลา

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาระดับการปฏิบัติประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการ
พัฒนากลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนากลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
แม่ฮ่องสอน 2.เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการพัฒนา
กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนากลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 
โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3.นำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการ
พัฒนากลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา กลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
แม่ฮ่องสอน โดยการประยุกต์ตามหลักธรรมอิทธิบาท 4 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี จำนวนตัวอย่าง             
ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน 306 ตัวอย่าง จากประชากรที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่เข้าร่วม
กิจกรรมสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการสัมภาษณ์
เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 11 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลเนื้อหาเชิงพรรณนาอ้างอิงคำพูดบุคคล 


ผลการวิจัยพบว่า 


1. ระดับความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการพัฒนากลุ่มท่องเที่ยว            
อารยธรรมล้านนา กลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยภาพรวม
อยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน 


2.ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการพัฒนากลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรม
ล้านนากลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วน
บุคคล พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่างกัน                 
มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน  


3. แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการพัฒนากลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรม
ล้านนากลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามหลักอิทธิบาท ๔  
ผู้รับผิดชอบโครงการต้องเป็นผู้รักงานในหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบอยู่และเอาใจใส่กระตื้อรือร้น ในการ
ทำงาน นอกจากนี้หน่วยงานควรสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน เพื่อทำให้บุคลากรเกิดความรัก 
และความพอใจที่จะปฏิบัติงาน การสร้างความรักความสามัคคีในหน่วยงาน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา คิด
วิเคราะห์สร้างสรรค์เพื่อหารูปแบบการท างาน และควรมีการทบทวน ไตร่ตรองและการถอดบทเรียน
ในการปฏิบัติงานเพื่อสร้างเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับการทำงานในครั้งต่อไป โดยนำหลักอิทธิบาท ๔ 
มาประยุกต์และบูรณาการกับนโยบายของภาครัฐเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 


 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กัญกวฬาภรณ กลิ่นนิ่มนวล. (2554). “ประสิทธิภาพการบริหารจัดการสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก

ตามหลักอิทธิบาท 4”. การค้นคว้าอิสระพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐ

ประศาสนศาสตร. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระรุ่งตะวัน สวโร (เกษสว่าง). (2562). “การประยุกต์หลักอิทธิบาท 4 กับการบริหารงานของผู้นำ

ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี”. การค้นคว้าอิสระพุทธ

ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง

กรณราชวิทยาลัย .

อัครเดช ไม้จันทร์. (2560). “ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานกลุ่ม

อุตสาหกรรมติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตในจังหวัดสงขลา”. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจ

มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

อัครวัฒน์ นิธิจิรวงศ์. (2559). “ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของ

เจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร”. การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหาร

รัฐกิจและกิจการสาธารณะ. คณะรัฐศาสตร์ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พิเชฐ ศรีหล้า ชัชพงศ์ เทียมทันวณิช วรเชษฐ์ โทอื่น และณัฐพล จินดารัมย์. “กลการประยุกต์ใช้หลัก

อิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิ บั ติงานของบุคลากรภาค รัฐ สังกัด

กระทรวงมหาดไทย จังหวัดยโสธร” วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น. ปีที่ 6 ฉบับที่ 3

(2562) : 666.

กระทรวงวัฒนธรรม. (2565). แผนปฏิบัติราชการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. กรุงเทพมหานคร

: โรงพิมพ์อักษรไทย.

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (5) ประเด็นการ

ท่องเที่ยว(พ.ศ.2561- 2580). [ออนไลน์].แหล่งที่มา: https://nscr.nesdc.go.th/master

plans/ [26 ตุลาคม 2564].

Taro Yamane. (1967). Statistic: and introductory analysis. New York: Harper and Row.