ประสิทธิผลการบริหารโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักอปริหานิยธรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์คือ ๑) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลการบริหารโครงการพัฒนาข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ ๒) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลการ
บริหารโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักอปริหานิยธรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ โดยจำแนกตามปัจจัยของบุคคล ๓) เพื่อเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิผลการบริหารโครงการ
พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักอปริหานิยธรรมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ลำพูน เขต ๒
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ระดับประสิทธิผลการบริหารโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅= ๓.๕๓, S.D. = ๐.๓๕) เมื่อ
จำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านการพัฒนา และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการ
ผลิต ๒. ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผลการบริหารโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาที่มีเพศต่างกัน อายุต่างกัน ระดับการศึกษาต่างกัน และประสบการณ์ต่างกัน มีความคิดเห็น
ต่อประสิทธิผลไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย ส่วนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีตำแหน่ง
ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิผลแตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย ๓. แนวทางเพิ่มประสิทธิผลการ
บริหารโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามหลักอปริหานิยธรรมของสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ ควรประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิผลการบริหารดังนี้ (๑)
ด้านการหมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ คือ มีการดำเนินการประชุมบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ (๒) ด้านการพร้อมเพรียง
กันในการประชุม คือ อุทิศเวลาของตนเพื่อปฏิบัติภาระกิจให้เสร็จทันเวลา (๓) ด้านไม่บัญญัติสิ่งใหม่ ๆ ตามอำเภอใจ
คือ ยึดระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายเป็นหลัก (๔) ด้านการเคารพนับถือผู้มีอาวุโส และรับฟังคำแนะนำ คือน้อมรับ
คำแนะนำตักเตือนจากทุกฝ่าย (๕) ด้านการไม่ข่มเหงหรือล่วงเกินสตรี คือบุคลากรชายให้เกียรติและความเสมอภาค
ต่อสตรี (๖) ด้านการเคารพสักการะปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ รูปเคารพต่างๆ คือ เคารพสักการะปูชนียสถาน ปูชนีย
วัตถุ รูปเคารพต่าง ๆ (๗) ด้านการให้ความคุ้มครองคนดีมีศีลธรรมให้อยู่ในชุมชนอย่างปลอดภัย คือ ข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาให้ความคุ้มครองครดีมีศีลธรรมให้อยู่ในชุมชนอย่างปลอดภัย
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒. รายงานการประชุมสรุปผลการ
ดำเนินงานโครงการตามตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒ ๖๒.
จาตุรนต์ ฉายแสง. ๘ นโยบายการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๕๖.
ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ และปาริชาต สถาปิตานนท์. การประชุมอย่างสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.ท., ๒๕๔๗.
ชูศรี วงศ์รัตนะ.เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพค์ร้ังที่ ๑๑. กรุงเทพมหานคร : ไทเนรมิตกิจอินเตอร์โปรเกรส
ซิฟ จำกัด, ๒๕๕๒.
ธัญญลักษณ์ วีระสมบัติ. การใช้Competency เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกอบรมในองค์การ. กรุงเทพมหานคร
: บริหารธุรกิจ, ๒๕๔๖.
พระธรรมปิฎก ป.อ. ปยุตฺโต. พจนานุกรมพุทธศาสตร์. ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ ๑๒ .กรุงเทพมหานคร :
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๖.
พัชสิรี ชมพูค า. ๒๐๐๙. องค์การและการจัดการ Organization and Management.
กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แมคกรอ-ฮิลวิจิตร อาวะกุล, ๒๕๕๒.
พิทยา บวรวัฒนา. ทฤษฎีองค์การสำหรับรัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๑.
ยุทธพงษ์ กัยวรรณ์. พื้นฐานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาศาสตร์, ๒๕๕๓.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒ . กรุงเทพมหานคร : นานมี บุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์,
๒๕๔๖.
รุ่ง แก้วแดง และชัยณรงค์ สุวรรณสาร. แนวคิดเกี่ยวกับประสิทธิผลและประสิทธิภาพองค์การประมวลสารชุดวิชา
ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษาหน่วยที่ ๙-๒. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมธิราช, ๒๕๓๖.
วิจิตร อาวะกุล. การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๐.
วิทยา ด่านธำรงกูล. การบริหาร. กรุงเทพมหานคร : เธิร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชั่น, ๒๕๔๖.
วิสูตร จิระดาเกิง. การบริหารโครงการ แนวทางปฏิบัติจริง. พิมพ์ครั้งที่ ๓. ปทุมธานี : วรรณกวี, ๒๕๕๒.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒. แผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ปี พ.ศ. ๒ ๖๓-พ.ศ. ๒ ๖ . ข้อมูลครูนักเรียน ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓. หน้า ๑๕.
สิน พันธุ์พินิจ. เทคนิคการวิจัยทางสังคมสาสตร์. กรุงเทพมหานคร: บริษัท จูนพับลิชชิ่ง จำกัด. ๒๕๔๗.
อภินันต์ จันตะนี. การใช้สถิติวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับการวิจัยทางธุรกิจ. คณะวิทยาการจัดการ : มหาวิทยาลัยราช
ภัฏพระนครศรีอยุธยา, ๒๕๔๙.
(๒) วิทยานิพนธ์
ถนัด ไชยพันธ์. “การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมประสิทธิผลในการบริหารงานขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี”. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษ ีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน
ศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐.
ประยงค์ พรมมา. “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น”. วิทยานิพนธ์
พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖.
พระครูนิติจันทโชติ ธรรมนูญ จนฺทโชโต. “โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุหลักพุทธบูรณาการในการแก้ไขปัญหาภัย
แล้งของชุมชนในจังหวัดนครสวรรค์”. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐ
ประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒.
พระมหาจีรพันธ์ ธมฺมปสฎโฐ (นำประเสริฐ). “ประสิทธิผลการบริหารกิจการของคณะสงฆ์จังหวัด กาญจนบุรี”.
วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร ์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔.
พิศณุพงศ์ กล้ากสิกิจ. “ต้นแบบการพัฒนาประสิทธิผลการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในจังหวัด
กำแพงเพชร”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย :
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒.
พีรพล ไชยณรงค์ศักดิ์. “ประสิทธิผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่
อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา”. สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒.
พีรพล ไชยณรงค์ศักดิ์. “ประสิทธิผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่
อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา”. สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒.
ภูษิต วิเศษคามินทร์. “ประสิทธิผลการนำนโยบายการแก้ปัญหาจราจรไปปฏิบัติของกองบังคับการตำรวจจราจร”.
ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๓.
เสนอ อัศวมันตา. รูปแบบการบริหารจัดการตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การ บริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี. ดุษฎี
นิพนธ์พุทธศาสตรดุษ ีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗.
(๓) วารสาร
พระมหาสงวน สีละวงศ์. การประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรมของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อำเภอเจริญ
ศิลป์ จังหวัดสกลนคร. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๑ (มกราคม ๒๕๖๔): ๒๐๑.
( ) สื่ออิเลกทรอนิกส์
วิพุธ อ่องสกุล และ ภาณุ เชาวน์ปรีชา. หลักการบริหารโครงการที่ ดี . [ออนไลน์ ]. แหล่งที่ม า :
https://www.sbdc.co.th/knowledge/article/64/หลักการ. [๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔].
สโรช สันตะพันธุ์. พระพุทธศาสนากับหลักพื้นฐานก หมายมหาชน. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : www.pub-
law.net/. [๑๕ มีนาคม ๒๕๖๔].
๒. ภาษาอังกฤษ
Fiedler.F.E.. A Theory of Leadership effectiveness. McGraw Hill : New York. NY, 1967.
Gibson. J.H.. John. M.I. & James H.D.. Orgionizations : Behavior structure and Processes. 4
thed.Austin. TX : Business Publications, 1982.
Hodge. B.J. & Anthony. W.P.. Organization theory. 3rded.. Allyn and Bacon. Inc. 1988.
Hoy. W.K. & Miskel C.G. Educational administrations : theory research and Practice. 4
thed. New York : McGraw. Hill Book Company, 1991.
Steers. R.M. Organizational Effective: A Behavioral view. California: good year Publishing
Company. Inc, 1977.