การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

วัชระ พรหมจักร

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัด เชียงใหม่” มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของเทศบาลตำบล ในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาลตำบล ในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 3) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างหลักภาวนากับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาลตำบล ในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 4) เพื่อศึกษาเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้หลักภาวนาในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาล ตำบล ในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่


ผลการวิจัยพบว่า


1. ระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของบุคลากรเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าบุคลากร จังหวัดเชียงใหม่ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากเมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านสีลภาวนา ด้านปัญญาภาวนา ด้านจิตตภาวนา และด้านกายภาวนา อยู่ในระดับมาก มีระดับความคิดเห็นต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี


2. ระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบุคลากรเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า บุคลากร มีระดับความคิดเห็นต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางเมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการอบรม ด้านการศึกษา และด้านการพัฒนา อยู่ในระดับปานกลาง


4. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักภาวนา 4 ในด้านกายภาวนา ด้านจิตตภาวนา ด้านสีลภาวนา และ ด้านปัญญาภาวนา กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า การใช้หลักภาวนา 4 มีความสัมพันธ์เชิงบวก กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาลตำบลในเขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยพบว่า การใช้หลักภาวนา 4 มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูง (R=.838**)


4. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของเทศบาลตำบลในเขต อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ด้านกายภาวนา มีปัญหาสภาพร่างกายไม่พร้อมไม่มีความพร้อมด้านสถานที่ และไม่มีเวลาในการปฏิบัติ ควรกำหนดให้เป็นระเบียบในการฝึกปฏิบัติในเรื่องการพัฒนาร่างกาย ด้านสีลภาวนา มีปัญหาการขาดสติ การเกิดกิเลส ทำให้เป็นอุปสรรคในการรักษาศีล ควรที่จะเบียดเบียน หรือสร้างความเดือดร้อน ให้แก่ผู้อื่น ด้านจิตตภาวนา มีปัญหาการเจริญจิต เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยาก ควรพัฒนาสุขภาพจิตให้มีคุณธรรม จริยธรรม เมตตากรุณา และด้านปัญญาภาวนา มีปัญหาขาดความรู้ในหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา ควรได้รับการศึกษาอบรมจากพระสงฆ์


5. ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลสำคัญส่วนใหญ่เน้นในเรื่องของวิธีการเสริมสร้างการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ โดยการอบรมคุณธรรมจริยธรรมให้บุคลากร สอดคล้องกับหลักภาวนาในส่วนของการพัฒนาด้าน อื่นๆ ควรให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดผลดีต่อองค์กร

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

นพรัตน์ พัฒนธัญญา. (2551). “การศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาบุคคลเพื่อความเป็นผู้นำตามหลักพระพุทธศาสนา” วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ปิ่นปินัทธ์ เหลืองพิทักษ์. (2557). “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ของบุคลากรกองบำรุงทางเขตลำปาง ศูนย์บำรุงทางภาคเหนือ ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร มหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ร้อยตำรวจโทชาตรี ทองภักดี. (2558). “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา 4 ของตำรวจภูธรจังหวัด ลำพูน”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย.

วิชญาภา เมธีวรฉัตร. (2557). “รูปแบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธของมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือตอนล่าง 2”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย.

อรัญญา อ่อนรักษ์. (2551). “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข”, วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช),