การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ ๑. เพื่อศึกษาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ๒. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๓. เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ๔. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ประชาชนตั้งแต่อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จำนวน ๔,๐๗๓ คน หากลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๓๖๔ คน และเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ หาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการอธิบายลักษณะข้อมูลทั่วไป และทำการทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test) ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way Anova) เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจึงทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธีการหาผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference: LSD) ในส่วนของข้อคำถามปลายเปิดที่แสดงปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มตามประเด็นที่กำหนดไว้ในแบบสอบถามปลายเปิด จากนั้นทำการวิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่ (Freqency) และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยจะทำการจัดกลุ่มข้อมูลตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis Technique) ด้วยวิธีพรรณนาเป็นความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า ๑. ระดับความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่านทั้ง ๖ ด้าน พบว่า ประชาชนมีระดับความคิดเห็นต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ (๓.๐๑, S.D.=๐.๘๙๒)
๒. การเปรียบเทียบการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพและรายได้/เดือน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐาน
๓. ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน พบว่าองค์การบริหารส่วนตำบลมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับรู้ ประชาชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบน้อย มีข้อเสนอแนะให้องค์การบริหารส่วนตำบลคำนึงถึงหลักธรรมาภิบาลให้ครบทั้ง ๖ หลักมากกว่านี้ เพราะหลักธรรมาภิบาลเป็นหลักการบริหารงานที่ดีเหมาะที่จะนำมาใช้ในองค์การบริหารงานในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
๔. แนวทางการพัฒนาการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลแงง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ประกอบด้วย การส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เรื่องบทบาทหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ตัดสินใจ ร่วมรับฟัง สร้างสรรค์ เพื่อให้การพัฒนาตรงกับปัญหาและความต้องการของประชาชน ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และรณรงค์ให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในท้องถิ่น
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. การสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วิญญูชน, ๒๕๔๒.
ประหยัด หงส์ทองคำ. การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๓๗.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. การบริหารงานพัฒนาชนบท การพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารงานพัฒนาสภาตำบล: สาเหตุและแนวทางแก้ไข. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๖.
สถาบันดำรงราชานุภาพร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. ปัญหาการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล. กรุงเทพมหานคร: ส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง, ๒๔๔๐.