การบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ ๑. เพื่อศึกษาการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ขององค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ๒. เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๓. เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ๔. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ บุคลากรในองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ จำนวน ๓๓๓ คน ทำการหากลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างตารางสำเร็จรูปของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๑๘๒ คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์หาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการอธิบายลักษณะข้อมูลทั่วไป และทำการทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test) ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way Anova) เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจึงทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธีการหาผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด ในส่วนของข้อคำถามปลายเปิดที่แสดงปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มตามประเด็นที่กำหนดไว้ในแบบสอบถามปลายเปิด จากนั้นทำการวิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency) และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ จำนวน ๗ คน ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มข้อมูลตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis Technique) ด้วยวิธีพรรณนาเป็นความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ทั้ง ๔ ด้าน พบว่า บุคลากรมีระดับความคิดเห็นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ (x = ๓.๗๖, S.D. = ๐.๗๒๒)
๒. ผลการเปรียบเทียบการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ มีระดับความคิดเห็นต่อการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนบุคลากรที่มีอายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ทำงานแตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้
๓. ผลการศึกษาปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะแนวทางการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ พบว่าผู้บริหารไม่มีความมั่นใจในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ไม่ค่อยยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ค่อยมีเวลาในการให้คำปรึกษาและช่วยแก้ปัญหาเมื่อบุคลากรประสบปัญหา ยังบกพร่องในเรื่องของความยุติธรรมในการให้รางวัลกับผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนข้อเสนอแนะ ผู้บริหารควรส่งเสริมบุคลากรให้นำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้งานการทำงาน และให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรทุกคน
๔. แนวทางการพัฒนาการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญส่วนใหญ่เน้นเรื่องการนำเอาหลักพรหมวิหารธรรมมาประยุกต์ใช้ทั้งการบริหารตน บริหารคน บริหารงานเพื่อให้การบริหารเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด และให้ความสำคัญกับบุคลากรทุกคนโดยเท่าเทียมกัน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
พระปลัดคำภา สิมบิดา. “การใช้หลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ในการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาในกลุ่ม ๗”. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, ๒๕๕๒.
พระมหารุ่งโรจน์ ธมฺมฏฺเมธี (ศิริพันธ์). "การศึกษาวิเคราะห์หลักภาวะผู้นำในพระพุทธศาสนาเถรวาท". วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๑.
พระมานิต เตชวโร (อุดนอก). “รัฐศาสตร์แนวพุทธ: พรหมวิหาร ๔ กับนักปกครอง”. วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๕๐.
พระราชวรมุนี (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). คุณธรรมนักบริหาร. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๖.
วิเชียร บุญกล้า. “การศึกษาการใช้หลักพรหมวิหาร ๔ ของผู้บริหารสถานศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต ๓”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, ๒๕๕๐.
วิลาวรรณ รพีพิศาล. การบริหารทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์วิจิตรหัตถกร, ๒๕๕๔.