พระธาตุสำคัญในล้านช้าง : วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์ และความสัมพันธ์กับผู้คนสองฝั่งโขง
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง พระธาตุสำคัญในล้านช้าง : วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์และความสัมพันธ์กับผู้คนสอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และพุทธศิลป์ของพระธาตุสำคัญในล้านช้าง ความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในลุ่มแม่น้ำโขงที่มีต่อพระธาตุสำคัญในล้านช้าง และเพื่อฝั่งโขง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาวัฒนธรรม วิเคราะห์คุณค่าและความสัมพันธ์ของพระธาตุสำคัญในล้านช้างที่มีต่อชุมชนในฐานะสัญลักษณ์พลังศรัทธาของผู้คนใน ลุ่มแม่น้ำโขง
จากการศึกษาพบว่า เจดีย์สำคัญในลาว ได้แก่ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พระธาตุบังพวน จังหวัด หนองคาย พระธาตุหลวง เมืองนครหลวงเวียงจันทน์ และพระธาตุศรีโคดตะบอง แขวงคำม่วน เป็นเจดีย์ที่มีประวัติ ความเป็นมาที่ยาวนาน มีการอ้างตำนานที่กล่าวถึงการเสด็จมาของพระพุทธเจ้า และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ จากกษัตริย์ในอาณาจักรล้านช้างมาโดยตลอดทำให้ลักษณะทางพุทธศิลป์ของพระธาตุสำคัญมีเอกลักษณ์ทาง สถาปัตยกรรมซึ่งเป็นพระเจดีย์ศิลปะล้านช้าง
พระธาตุสำคัญในล้านช้างแต่ละองค์ ล้วนแต่มีวัฒนธรรม ความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในลุ่มแม่น้ำโขง ที่มีต่อพระธาตุสำคัญ วัฒนธรรมประเพณีที่มีความคล้ายคลึงกันคือ การจัดงานประจำปืนมัสการพระธาตุ การเวียน เทียนรอบพระธาตุ การห่มผ้าพระธาตุ การฟ้อนบูชาพระธาตุ การถวายเครื่องบวงสรวงและบนบาน ความเชื่อสำคัญ ที่ปรากฏ ได้แก่ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุที่เชื่อว่าสามารถดลบันดาลให้ผู้มากราบไหว้ขอพรได้สำเร็จดังต้องการ
วัฒนธรรม ความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในลุ่มแม่น้ำโขงที่มีต่อพระธาตุสำคัญนั้น ได้สะท้อนให้คุณค่า และความสัมพันธ์ของพระธาตุสำคัญในล้านช้างที่มีต่อชุมชนในฐานะสัญลักษณ์พลังศรัทธาของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งในด้านคุณค่าทางศรัทธาและคุณค่าทางสังคมที่ปรากฏในพิธีกรรมการบูชาพระธาตุสำคัญในล้านช้าง ตลอดจนการ นำเสนอเรื่องราวและการสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนผ่านความเป็นข้าโอกาสของพระธาตุสำคัญ
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
เชษฐ์ ติงสัญชลี. สัตตมหาสถาน : พุทธประวัติตอนเสวยวิมุตติสุขกับศิลปกรรมอินเดียและเอเชียอาคเนย์. กรุงเทพมหานคร : เมืองโบราณ, 2555.
ปฐม หงส์สุวรรณ. ตำนานพระธาตุของชนชาติไทย: ความสำคัญและปฏิสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับความเชื่อดั้งเดิม. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ภาษาไทย) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.
ประภัสสร์ ชูวิเชียร. ศิลปะลาว. กรุงเทพมหานคร : มติชน, 2557.
ประภัสสร์ ชูวิเชียร. 5 มหาเจดีย์สยาม. กรุงเทพมหานคร : มิวเซียมเพรส, 2554.
พระเทพรัตนโมลี. อุรังคะนิทาน (ตำนานพระธาตุพนม พิสดาร), พระนคร : การศาสนา, 2505.
พระมหาดาวสยาม วชิรปัญโญ. พระพุทธศาสนาในลาว. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2555.
มาลินี กลางประพันธ์ และคณะ. “เครือข่ายทางสังคม “ข้าโอกาสพระธาตุพนม” ในชุมชนสองฝั่งโขง” วิจัย มข. ปีที่ 2 ฉบับที่ 2. (เมษายน-มิถุนายน 2555): 179-190.
ยศ สันตสมบัติ. มนุษย์กับวัฒนธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, 2556.
วิโรฒ ศรีสุโร. ธาตุอีสาน. กรุงเทพมหานคร : เมฆาเพรส, 2539.
วีรยุทธ เลิศพลสถิต. “ความต่างในความเหมือนของพิธีกรรมบูชาพระธาตุสองฝั่งโขง”. ศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ปีที่ 8 ฉบับที่ 2. (กรกฎาคม-ธันวาคม 2559): 22-43.
ศรีศักร วัลลิโภดม. ความหมายพระบรมธาตุในอารยธรรมสยามประเทศ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : เมือง โบราณ, 2546.
ศรีศักร วัลลิโภดม. พุทธศาสนาและความเชื่อในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์, 2560.
ศรีศักร วัลลิโภดม. แอ่งอารยธรรมอีสาน. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : มติชน, 2546.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ พระพุทธรูป ฮูปแต้ม สิม ศิลปะลาวและอีสาน. กรุงเทพมหานคร : มิวเซียมเพรส, 2555.
สงวน รอดบุญ. พุทธศิลปลาว. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สายธาร, 2545.
สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : มติชน, 2552.
สิลา วีระวงส์ (เขียน). สมหมาย เปรมจิตต์ (แปล). ประวัติศาสตร์ลาว. กรุงเทพมหานคร : มติชน, 2539.
สุดารา สุจฉายา “วัดพระธาตุบังพวน มหาสถานแห่งอาณาจักรล้านช้าง” เมืองโบราณ. ปีที่ 38 ฉบับที่ 2. (เมษายน-มิถุนายน 2555): 11-20.
สุรศักดิ์ ศรีสำอาง. ลำดับกษัตริย์ลาว. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ กรมศิลปากร, 2545.
อุทัย ภัทรสุข. การศึกษาอิทธิพลของพระธาตุพนมที่มีต่อความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) มหา วิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2554.
อุรังคธาตุ ตำนานพระธาตุพนม. กรุงเทพมหานคร : เรือนแก้วการพิมพ์, 2521.