การบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบล ในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระครูอุดมภาวนานุสิฐ เสถียร จันทร์รวม
ดำเนิน หมายดี
พระครูสังฆรักษ์บุญเสริม กิตติวณฺโณ

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ ๑) เพื่อศึกษาระดับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ๒) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ๓) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่มีต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ และ ๔) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์


การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ บุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบล ๕ แห่ง จำนวน ๑๘๖ คน ซึ่งผู้วิจัยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการแจกแบบสอบถาม (Questionnaire) และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ เพื่อหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ในส่วนข้อคำถามปลายเปิดที่แสดงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มตามประเด็นที่กำหนดไว้ในแบบสอบถามปลายเปิด จากนั้นทำการวิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency) และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มข้อมูล (Data Grouping) ตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ จากนั้นจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis Technique) ด้วยวิธีการพรรณนาเป็นความเรียง และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าความสัมพันธ์ โดยใช้สูตรไค-สแควร์ (Chi-Square Test)


ผลการวิจัยพบว่า ๑. ระดับความคิดเห็นต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = ๔.๔๓) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านวิริยะมีระดับสูงสุด คือ (x̄ = ๔.๕๒) รองลงมา คือ ด้านฉันทะ มีระดับ (x̄ = ๔.๔๗) และที่อยู่ในระดับต่ำสุด คือ ด้านวิมังสา มีระดับ (x̄ = ๔.๔๐) ตามลำดับ


๒. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ พบว่า บุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ มีความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลตามหลักอิทธิบาทไม่สอดคล้อง จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ และบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีระดับการศึกษา มีความสอดคล้องสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลตามหลักอิทธิบาทอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๑ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้


๓. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่มีต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ด้านฉันทะ มีปัญหาด้านการสรรหาบุคลากร ส่วนมากจะเป็นระบบอุปถัมภ์ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตรงตามความถนัด ด้านวิริยะ มีปัญหาการขาดการประชาสัมพันธ์ ความพยายามในการสรรหาบุคลากรที่มีทักษะและประสบการณ์เข้ามาปฏิบัติงานบุคลากรในองค์การ ด้านจิตตะมีปัญหาการวางแผนยังไม่มีความเป็นเอกภาพ การมีส่วนร่วมให้บุคลากรวางแผนในหน่วยงานยังมีน้อย ด้านวิมังสา การวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งในการทำงานของบุคลากรในหน่วยงาน พิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคตยังไม่ครอบคลุม


๔. แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า ควรมีการสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงานในองค์การตามความรู้ความสามารถอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินชีวิตจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กับการพัฒนาทางด้านจิตใจเสมอ ควรกระตุ้นและชักจูงเพื่อนร่วมงานให้เกิดการพัฒนาตนเอง เป็นการสร้างความพร้อมและสร้างแรงบันดาลใจในการปฏิบัติงาน ควรให้ความสนใจในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในหน่วยงานในทุก ๆ ด้าน ควรยอมรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นและสร้างจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติงาน ควรสร้างแรงจูงใจในการทำงานและให้รางวัลแก่บุคลากรที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ควรมีการประเมินผลในการบริหารงานในหน่วยงานขององค์การบริหารส่วนตำบลอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาทัศนคติ บุคลิกภาพ และท่าทีในการปฏิบัติงานของบุคลากร ทุกหน่วยงานจะต้องพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กัญก์วฬาภรณ์ กลิ่นนิ่นมนวล. ประสิทธิภาพการบริหารจัดการสำนักงานจังหวัดพิษณุโลกตามหลักอิทธิบาท ๔. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔.

กาญจนา ทับทิมทอง. ความคิดเห็นของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, ๒๕๕๑.

กัลยา วานิชบัญชา. การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๕.

จิรประภา อัครบวร. สร้างคนสร้างผลงาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เต๋า, ๒๕๔๖.

ฉัตรชัย นิพัฒน์ศิริผล. การบริหารทรัพยากรมนุษย์กรณีศึกษา: องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๑.

ชวฤทธิ์ บริสุทธิ์. ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการบริหารจัดการองค์การบริหารส่วนตำบลลาดชิด อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, ๒๕๕๑.

ชาญชัย อาจิณสมาจาร. ศัพท์บริหารการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๔๐.

ชูศรี วงศ์รัตนะ. เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพมหานคร: เทพเนรมิต, ๒๕๔๑.

ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. การจัดการทรัพยากรมนุษย์. บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), ๒๕๔๖.

ดนัย เทียนพุฒิ. การจัดการทรัพยากรบุคคล ภารกิจที่ท้าทาย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์บุ๊คแบงค์, ๒๕๔๑.