การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะในรายวิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเมธีวุฒิกร “วัดพระธาตุหริภุญชัย” ปี การศึกษา 2566
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางเรียนใน
รายวิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเมธีวุฒิกร “วัดพระธาตุหริภุญชัย” ปี
การศึกษา 2566 โรงเรียนเมธีวุฒิกร มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางเรียนในรายวิชา
ประวัติศาสตร์ เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน
ประชากร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเมธีวุฒิกร “วัดพระธาตุหริภุญชัย” จำนวน
125 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะ แผนจัดการเรียนรู้ เรื่องพัฒนาการ
ของอาณาจักรธนบุรี จำนวน 4 แผน การเรียนรู้ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง โดยมีแบบทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรียน วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี ใช้
แบบทดสอบแบบปรนัยชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย และค่า
ร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่าการจัดการเรียนรู้โดยการใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทาง
เรียนในรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.22 คะแนน และค่าเฉลี่ย
ผลรวมคะแนนหลังเรียน เป็น 7.37 คะแนน และมีค่าผลต่างคะแนนพัฒนาการ+3.15 คะแนน คิดเป็น
ร้อยละที่เพิ่มขึ้น 31.5% ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา เรื่องพัฒนาการของอาณาจักร
ธนบุรี โดยใช้แบบฝึกทักษะ ที่ผู้รายงานได้พัฒนา มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.02/43.21 หมายถึง
นักเรียนทั้งหมดได้คะแนนเฉลี่ยจากการประเมินเมินพฤติกรรมการท างานกลุ่ม และการทำแบบฝึก
ทักษะ คิดเป็นร้อยละ 82.02 และได้คะแนนเทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียน คิดเป็นร้อย
ละ 43.21 แสดงว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สังคมศึกษา เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรธนบุรีโดยใช้
แบบฝึกทักษะ ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
ค าส าคัญ : การจัดการเรียนรู้, แบบฝึกเสริมทักษะ, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2557) ครูผู้สอนกับการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2กรุงเทพมหานคร
: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ชูชีพ อ่อนโคกสูง. (2558). ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning) De Cecco & Crawford.
วิทยานิพนธ์
ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา สังคมศึกษาศึกษา. บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ทิศนา แขมมณี. (2558). การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : CIPPA MODEL.
วารสารครุศาสตร์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (มีนาคม - มิถุนายน)
บุญชม ศรีสะอาด. (2558). วิธีการศึกษาสถิติเพื่อการวิจัย เล่ม 2. มหาสารคาม : ภาควิชาพื้นฐาน
การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม.
สุรางค์ เพ็ชรกอง (2546) ศึกษาการสร้างแบบฝึกหัดบทอ่านนอกเวลา หนังสือเรียนภาษาไทย ชุด
พื้นฐานภาษา ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการศึกษาพบว่า แบบฝึกหัดบทอ่านนอกเวลา หนังสือเ รียน ภาษาไทย ชุด
พื้นฐานภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สร้างขึ้น จ านวน 6 เล่ม มีประสิทธิภาพ สูงกว่า เกณฑ์
80/80 ที่ตั้งไว้ นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกหัดบทอ่านนอกเวลา หนังสือเรียนภาษาไทย ชุดพื้นฐานภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยใช้
แบบฝึกหัดบท อ่านนอกเวลา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ถวัลย์ มาศจรัล. (2546). นวัตกรรมการศึกษาชุด แบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ, กรุงเทพฯ ธาร
อักษร. (2550).
นวัตกรรมการศึกษาชุด แบบฝึกหัด แบบฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาผู้เรียนและการ จัดท าผลงานทาง
วิชาการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, กรุงเทพฯ : ธารอักษร.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ :
ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด.