ศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมที่ปรากฏในประเพณีการบูชาเสาอินทขีลของชุมชน ในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระปลัดภาณุวัฒน์ เขมานนฺโท
พระมหาอินทร์วงศ์ อิสฺสรภาณ์
ไพรินทร์ ณ วันนา

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1. เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของ
ประเพณีการบูชาเสาอินทขีล พบว่าประวัติความเป็นมาของประเพณีการบูชาเสาอินทขีล เป็น
ประเพณีที่เกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้ากาวิละ เมื่อครั้งที่มีการสร้างเวียงเวฬุคามป่าซาง เสาอินทขีลเดิม
เป็นไม้ราชพฤกษ์ และได้เปลี่ยนเป็นเสาปูนปั้นในสมัยพระเจ้ากาวิละ ราวปี พ.ศ.2325 ประดิษฐานไว้ 
ณ วัดอินทขีล กลางเวียงเวฬุคามป่าซาง โดยเชื่อว่า “เสาอินทขีล” เป็นที่รวมดวงวิญญาณของบรรพ
บุรุษที่สร้างเมืองเวฬุคามป่าซาง ประเพณีการบูชาเสาอินทขีลของชุมชน ในอำเภอป่าซาง จังหวัด
ลำพูน ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นประเพณีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นงานประจ าปีของอำเภอป่าซาง มีพิธี
ใส่ขันดอกไม้บูชาเสาอินทขีล ถวายเครื่องสักการะ บวงสรวงเสาอินทขีล สืบมาแต่ดั้งเดิมจากอดีตจนถึง
ปัจจุบัน 2. เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมในประเพณีการบูชาเสาอินทขีลของชุมชนในอำเภอป่าซาง 
จังหวัดลำพูน พบว่าหลักพุทธธรรมที่พบเพื่อเป็นกุศโลบายในการน้อมน าค าสอนสอนในทาง
พระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ 
คือหลักความกตัญญูกตเวที. และหลักสาราณียธรรม และ 3. เพื่อวิเคราะห์หลักพุทธธรรมในประเพณี
การบูชาเสาอินทขีลของชุมชน ในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน พบว่าหลักความกตัญญูกตเวที เป็น 
การร าลึกถึงบรรพบุรุษที่ได้ก่อสร้างบ้านแปลงเมืองด้วยความร่วมมือร่วมใจ จนท าให้ชุมชนมีความเจริญรุ่งเรืองนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงเกิดเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงการเคารพในบรรพบุรุษ 
บุพพการีชนผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไป ส่วนหลักสาราณียธรรม เป็นหลักธรรมที่สร้างความสมานสามัคคี
ให้กับวัด ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนในการดำเนินการ ร่วมแรงร่วงใจ และการปฏิบัติเพื่อเป็น
แนวทางในการดำเนินชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนาสืบต่อไป 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

ชลธิรา สัตยาวัฒนา.(2533). ใจบ้าน ใจเมืองและใจคน : ปัญหาการสืบสาวก าเนิดและเอกลักษณ์ไทย.

กรุงเทพมหานคร: ด่านสุทธาการพิมพ์.

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และอานันท์ กาญจนพันธุ์. (2560). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม

วนิดาการพิมพ์: เชียงใหม่.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปุยุตฺโต). (2538). พจนานุกรม ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร: มหา

จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

________. (2552).พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร:

สำนักพิมพ์จันทร์เพ็ญ.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2491). หลักเมือง. กรุงเทพมหานคร:

สำนักพิมพ์คลังวิทยา.

สงวน โชติสุขรัตน์. (2560). เที่ยวเมืองเหนือ สมโภช 600 ปี พระธาตุเจดีย์หลวง. วนิดาการพิมพ์:

เชียงใหม่.

แสวง มาลาแซม. (2560). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คนยองย้ายแผ่นดิน. พิมพ์ครั้งที่ 3. วนิดาการพิมพ์:

เชียงใหม่.

บุญส่ง สินธุ์นอก และกฤติพิสิฐ จ่าพันธ์. (2561). ศึกษาวิเคราะห์การคารวะบูชาตามนัยพระไตรปิฎก

ในพระพุทธศาสนาเถรวาท. วารสารปัญญาปณิธาน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 .กรกฎาคม –ธันวาคม

2561.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2539).พจนานุกรมฉบับราช บัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. กรุงเทพมหานคร: อักษร

เจริญทัศน์.

พิมพ์นภัส จินดาวงค์. (2553). “การด ารงอยู่ของพิธีบูชาเสาอินทขิล : การผสมผสานความเชื่อดั้งเดิม

และพุทธศาสนาในพิธีกรรมปัจจุบัน”. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต. คณะอักษร

ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พระใบฎีกาสุวรรณ อธิปญฺโญ (บำมิลา). “ศึกษาหลักธรรมที่เกี่ยวกับพิธีกรรมการบูชาปู่ตา ของ

ชาวบ้านสงยาง ตำบล สะอาดสมบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด”. (2563). วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต

วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาประสพฤกษ์ จารุวาโท (รัตนยงค์). (2549). “การศึกษาเชิงวิเคราะห์แนวความคิดเรื่องการ

บูชาในพระพุทธศาสนา”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.