แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

นราทร เครือช่วย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน 2) เพื่อเปรียบเทียบการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท 4 กับการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน 4) เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน ตามหลักอิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Taro Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 397 ตัวอย่าง


ผลการวิจัยพบว่า




  1. ความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านผลลัพธ์ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาเป็นด้านการบริหารงาน ซึ่งปัญหาด้านการบริหารงานพบในปัญหาของความล่าช้าในการเข้าจุดเกิดเหตุ ดังนั้น ควรมุ่งเน้นวิธีการปฏิบัติงานที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีให้ทันสมัย มีกำลังพลที่เพียงพอต่อการทำงาน มีการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 และจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 และต้องประสานความร่วมมือไปยังสถานีตำรวจท้องที่ที่ประสบเหตุให้ปรับปรุงการเข้าจุดเกิดเหตุให้รวดเร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน




  2. ผลการเปรียบเทียบการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และประสบการณ์ในการแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 พบว่า เมื่อเปรียบเทียบการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน โดยภาพรวมจำแนกตามเพศและอาชีพไม่แตกต่างกัน แต่อายุ ระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01




  3. ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท 4 กับการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน พบว่า การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน ในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (R=.739**) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01




  4. แนวทางการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดลำพูน ตามหลักอิทธิบาท 4 พบว่า ควรมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 มีใจรักและเอาใจใส่ในงานที่ทำ มีความอดทน สามารถควบคุมตนเองให้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และใช้สติปัญญาในการวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยตระหนักถึงการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม



##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กนกวรรณ ขวัญดี. “การยกเลิกโทษประหารชีวิตในสังคมไทย”. วารสารกระบวนการยุติธรรม. สถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2559: 15.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.

ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภ.จว.ลำพูน. บันทึกข้อความ “สรุปรายงานประจำวันผลการปฏิบัติงานประจำศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภ.จว.ลำพูน”. ลำพูน: สถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน, 2559. (อัดสำเนา).

สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล. คู่มือการบริหารงาน ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191. หลักสูตรการบริหารงานตำรวจขั้นสูง รุ่นที่ 37: กองบัญชาการศึกษา, 2556.