การศึกษาจิตในคัมภีร์ธัมมสังคณีตามแนวปรมัตถธรรม
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาจิตที่ปรากฏในคัมภีร์ธัมมสังคณี (2) เพื่อศึกษาจิตที่ปรากฏใน คัมภีร์อรรถกถาชื่ออรรถสาลินี (3) เพื่อวิเคราะห์จิตในคัมภีร์ธัมมสังคณี และอัฏฐสาลินีตามแนวปรมัตถธรรม วิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร ผลการวิจัยพบว่า จิตคือธรรมชาติที่รู้แจ้งอารมณ์ เป็นศาสตร์แห่งนามธรรม เพราะว่าจิตนี้ เป็นธรรมชาติ ที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก ธรรมชาติของจิตนี้ ย่อมดิ้นรนไปมา เป็นธรรมชาติเที่ยวไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง อาศัยอยู่ในถ้ำคือร่างกาย และจิตนี้เป็นธรรมชาติที่วิจิตรและทำสิ่งอื่นๆ ให้วิจิตรด้วย จิตเมื่อกล่าวโดยชื่อ มี 10 ประการคือ จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ และมโนวิญญาณธาตุ คำว่าจิต มโน วิญญาณ โดยเนื้อความมีอย่างเดียวคือความรู้แจ้ง ว่าโดยชาติเป็น 3 อย่าง คือเป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต
จิตตามหลักปรมัตถธรรม มี 4 ประเภท (1) กามาวจรจิต (2) รูปาวจรจิต (3) อรูปาวจรจิต (4) โลกุตตรจิต ในจิต 4 ประเภทเหล่านี้ จำแนกตามหลักปรมัตถธรรม ได้ดังนี้ (1) อกุศลจิต 12 (2) อเหตุกจิต 18 (3) กามาวจร โสภณจิต 24 (4) รูปาวจรจิต 15 อรูปาวจรจิต 12 และ (5) โลกุตตรจิต 8 หรือ 40 รวมเป็นจิต 89 หรือ 121 โดย ความเป็นกุศล อกุศล วิบากและกิริยา
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2560). อรรถกถาภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาอฏฐกถา. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย.
คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2558). อภิธรรมปิฎก. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ประพัฒน์ ศรีกูลกิจ. (2558). จิตวิทยาในพระไตรปิฎก. พิมพ์ครั้งที่ 3. พิษณุโลก : บริษัท โฟกัส พริ้งติ้ง จำกัด.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2551). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้ง 17.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ. (2556). ปรมัตถโชติกะ ปริจเฉทที่ 1-2-3. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธิ์.
วิศิษย์ ชัยสุวรรณ. (2546). สาระน่ารู้เกี่ยวกับพระอภิธรรม.พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.