การนำเสนอประวัติศาสตร์อารยธรรมทวารวดี

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระครูวิบูลเจติยานุรักษ์
พระสมุห์สามารถ จตฺตมโล
พระสมุห์ยุทธนา มาลาวโส
ีสนธยา สิทธิเกรียงไกร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์อารยธรรมทวารวดี 2) เพื่อ
นำเสนอการศึกษาประวัติศาสตร์อารยธรรมทวารวดี เป็นงานวิจัยการกำหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือ
กระบวน วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และวิธีวิจัยเชิงเอกสาร ของการดำเนินงานรูปแบบการจัดการที่เป็น
แนวทางการศึกษาในการจัดเก็บข้อมูล ที่มุ่งนำผลการวิจัยมาใช้ในการสร้างชุดองค์ความรู้และโมเดล
เส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอารยธรรมทวารวดี ต่อสังคมและผู้ที่สนใจ 
ผลการศึกษาพบว่า ประวัติศาสตร์ทวารวดีสามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วงสมัยได้แก่ 1) ยุคก่อน
สมัยทวารดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 6-13) ประกอบด้วย ศิลปะอมราวดี, ศิลปะคุปตะ, ศิลปะปัลลวะ, 
ศิลปะปาละ 2) สมัยทวารวดีตอนต้น (ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13) เป็นช่วงที่งานประติมากรรมส่วน
ใหญ่นำเข้ามาจากภายนอกคืออินเดีย และเป็นยุคแรกที่เริ่มมีการสร้างรูปเคารพขึ้น 3) สมัยทวารวดี
ตอนกลาง : สมัยทวารวดีอย่างแท้จริง (ราวพุทธศตวรรษที่ 14-15) เป็นช่วงที่ครอบคลุมศิลปะทวารวดี
มากที่สุด รวมทั้งงานศิลปกรรมที่พบเกือบทั้งหมดจัดว่าอยู่ในระยะนี้ มีวิวัฒนาการสืบต่อมาจากงานที่
เลียนแบบศิลปะอินเดียในระยะแรก และได้ดัดแปลงลักษณะบางส่วนจนมีรูปแบบของอิทธิพลท้องถิ่น
เข้ามาผสมอยู่อย่างมาก 4) สมัยทวารวดีตอนปลาย (ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16-18) ยุคนี้เป็น
ระยะเวลาที่ศูนย์กลางของทวารวดีในภาคกลางเริ่มเสื่อมลงแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิทธิพลทางการ
เมืองและศิลปกรรมขอมได้เข้ามาแทนที่โดยเฉพาะในภาคอีสานตอนล่างและในภาคกลาง ซึ่งน่าจะ มี
ศูนย์กลางอยู่ที่ลพบุรี 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

ผาสุข อินทราวุธ. (2542). ทวารวดี : การศึกษาเชิงวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดี .

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อักษรสมัย.

บัญชา พงษ์พานิช. (2559). จากอินเดียถึงไทย : รอยทางพระพุทธศาสนาแรกๆ. กรุงเทพมหานคร :

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วินัย พงศ์ศรีเพียร,ดร. (2543). ครูกับการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทย คู่มือการจัดกิจกรรมการ

เรียนการสอนประวัติศาสตร์. ประวัติศาสตร์: จะเรียนจะสอนกันอย่างไร. กรุงเทพมหานคร:

โรงพิมพ์กรมการศาสนา.

หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล. (2543). ศิลปะในประเทศใกล้เคียง. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มติชน. พิมพ์

ครั้งที่ 3.

Boeles, J.J. (1967). A note on the ancient city called Lavapura. Journal of the Siam

Society, Vol. LV.

Jean Boisselier. (1974). La Sculpture en Thailande. Fribourg : Office du Livre.

Pisit Charoenwongsa and M.C. Subhadradis Diskul. (2 9 7 6 ). Archeolog Mundi :

Thailande. Genenve : Nagel.