ประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระครูวาปีธรรมวิจิตร สุรศักดิ์ วิจิตฺตธมฺโม
พระครูสังฆรักษ์บุญเสริม กิตติวณฺโณ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล เพื่อศึกษาปัญหา/อุปสรรคและข้อเสนอแนะประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์


การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้การวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนที่อยู่เขตปกครองในองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน ๓,๖๑๑ คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนโดยเทียบสัดส่วน (Proportional Multi-Stage Random Sampling) ตามขั้นตอน คือ ทำการหากลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของทาโร ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง คือ ๓๖๐ คน จากนั้นจึงหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างและสุ่มกลุ่มตัวอย่างของประชาชนตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละหมู่บ้านด้วยการเปรียบเทียบสัดส่วน โดยทำการสุ่มอย่างเป็นระบบ (Systematic Sampling) ด้วยการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ เพื่อหาค่าความถี่ (Frequencies) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และทดสอบสมมติฐานโดยบรรยายข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล การทดสอบค่าที (t-test) และการทดสอบค่าเอฟ (F-test) ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) และใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท นำเสนอเป็นความเรียง


ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนในเขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอินที่มีต่อการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.70, S.D. = 0.349) ประชาชนที่มีเพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาท ๔ ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ แตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ มีเพียงปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุที่มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ และแนวทางการพัฒนาประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามภารกิจตามหลักอิทธิบาท ๔ ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า การปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ขององค์การบริหารส่วนตำบลนั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมสนับสนุนในด้านงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลมีความเจริญก้าวหน้า ตอบสนองความต้องการของประชาชน อันจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานดียิ่งขึ้นไป

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กรมการปกครอง. กฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับองค์การบริหารส่วนตำบล รวมฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น, ๒๕๔๒.

พระปิยวัฒน์ ปิยสีโล (จักแตร). “การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองแพร่ จังหวัดแพร่”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์, ๒๕๔๖.

องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์. เอกสารแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. ๒๕๕๙–๒๕๖๑), หน้า ๕. (เอกสารถ่ายเย็บเล่ม)