วิเคราะห์เกณฑ์การตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์จากการสร้างเครื่องรางในสังคมไทย
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์ เรื่อง “วิเคราะห์เกณฑ์การตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์จากการสร้างเครื่องรางในสังคมไทย” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเครื่องรางในสังคมไทย 2) เพื่อศึกษาเกณฑ์การตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์ และ 3) เพื่อวิเคราะห์เกณฑ์การตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์การสร้างเครื่องรางในสังคมไทย ผลการศึกษาพบว่า แนวคิดการสร้างเครื่องรางในสังคมไทยมีมาช้านานและเชื่อว่ามีความขลังศักดิ์สิทธิ์ เมตตามหานิยม ค้าขายโชคลาภ กลับดวง พลิกชะตา และเลื่อนยศ เป็นอาทิ ในสังคมไทยเครื่องรางเป็นสิ่งที่นับถือและศักดิ์สิทธิ์สามารถให้แคล้วคลาดจากภยันตราย
เครื่องรางแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ (1) เครื่องรางตามธรรมชาติ เป็นสิ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีความเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ คือเป็นวัตถุอาถรรพ์มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวมันเอง และ (2) เครื่องรางที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยนำวัตถุมาทำพิธีปลุกเสกด้วยเวทมนต์คาถาต่างๆ ให้เกิดเป็นของสิ่งศักดิ์มีอิทธิฤทธิ์
เกณฑ์การตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์ คือ เป็นกระบวนการเพื่อแสวงหาคำตอบ เพื่อพัฒนาการแก้ไขให้ดีขึ้น และกระบวนการที่เข้าไปตัดสินเกณฑ์ทางพุทธจริยศาสตร์ว่า เหมาะ ไม่เหมาะ ถูก ผิด ดี ชั่ว ควร ไม่ควร ในกรณีของการสร้างเครื่องรางในสังคมไทยที่จะต้องวิเคราะห์หลักกระบวนการตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์ว่าควรหรือไม่ควร ถูกหรือผิด นั้น เกณฑ์พุทธจริยศาสตร์ที่ว่าการสร้างเครื่องรางไม่เหมาะมีอยู่หลายประการ คือ (1) ไม่เหมาะต่อหลักศีล คือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล (2) ไม่เหมาะต่อหลักมิจฉาอาชีวะ ในฐานะผู้ทำเครื่องรางเป็นพระสงฆ์ (3) ไม่เหมาะต่อหลักวิชา เพราะเป็นเดรัจฉานวิชาไม่มุ่งไปสู่นิพพาน (4) ไม่เหมาะหรือว่าไม่ควรต่อหลักปฏิบัติมุ่งสู่เป้าหมายเพื่อพระนิพพาน (5) ไม่เหมาะต่อหลักอัตตัญญุตา คือ อันเป็นที่พึ่งต่อตนเอง การเป็นประทีปส่องสว่าง
จึงสรุปได้ว่า แม้เครื่องรางที่ว่าไม่เหมาะ ไม่ควรดังกล่าวนั้น ในเมื่อสังคมไทยยังมีคนสนใจอยู่ ดังนั้น การสร้างเครื่องรางจึงเป็นกุศโลบายในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา กล่าวคือ ให้รักษาศีล 5 เพื่อให้เครื่องรางขลังขึ้น นี้แสดงว่าให้เครื่องรางอยู่ในฐานะเป็นสัญลักษณ์ คือ ให้คำสอนพร้อมกำกับการยึดถือเครื่องรางนั้นด้วย เป็นเสริมกำลังใจสำหรับคนที่ยังมีปัญญาไม่มั่นคง ส่วนการใช้เกณฑ์ทางพุทธจริยศาสตร์มาวิเคราะห์ คนที่จิตใจไม่เข้มแข็ง แต่ยังต้องการที่พึ่งอยู่ เครื่องรางโดยมีคำสอนกำกับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในสังคมไทย อย่างไรก็ตาม เครื่องรางไม่ใช่ที่พึ่งอันประเสริฐในทางพระพุทธศาสนาเพราะไม่สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์อย่างแท้จริง
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กฤษณ์ อินทโกศัย. “เปิดกรุวัดราชบูรณะ จ. พระนครศรีอยุธยา” พระพุทธรูปและพระพิมพ์ในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จ. พระนครศรีอยุธยา. พระนคร: กรมศิลปากร, 2502.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
ยอร์ช เซเดส. ตำนานพระพิมพ์. กรุงเทพมหานคร: ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์, 2507.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมศัพท์ปรัชญาอังกฤษ-ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เท็กช แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด, 2543.