พฤติกรรมด้านสุขภาพและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

เจตนิพัทธ์ พิธิยานุวัฒน์
พระครูโอภาสสราธิคุณ (ชาตรี อาสโภ)
พระมหาสหาย กนฺตธมฺโม (จำปาแก้ว)
พระพรหมพิริยะ ถาวโร (มาลัยรักษ์)
พรภิรมย์ ยอดบุญ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้และพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในอำเภอ
เมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความสามารถของตนเอง การรับรู้ประโยชน์ของ
การปฏิบัติ และการรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ กับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของ
พระสงฆ์ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา และเพื่อหาแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของ
พระสงฆ์ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีรูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ พื้นที่
วิจัย คือ วัดในเขตอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มตัวอย่าง คือ พระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
จำนวน 250 รูป ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ พระสงฆ์ และบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 9 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการ
วิจัยมี 2 ชนิด คือ 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอ้างอิง โดยหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ส่วนการวิจัยเชิง
คุณภาพ ใช้วิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า
1. การรับรู้ปัจจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ของพระสงฆ์ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยภาพรวมอยู่ใน
ระดับปานกลาง ส่วนพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ โดยภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับดีทุกด้าน
2. การรับรู้ความสามารถของตนเอง และการรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพมี
ความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ ส่วนการรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติพฤติกรรม
สร้างเสริมสุขภาพไม่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของพระสงฆ์
3. แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
พบว่า ควรจัดกลุ่มการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ การออกกำลังกาย ฉันอาหารตามความเหมาะสม การเข้าถึงบริการ
ทางด้านสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง การบริหารจิต และสังเกตพฤติกรรมของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

(1) หนังสือ

ชูศรีวงศ์รัตนะ. (2541). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่7. กรุงเทพมหานคร: เทพเนรมิต.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2549). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 9 กรุงเทพมหานคร: จามจุรี

โปรดักท์.

(2) รายงานการวิจัย/วารสาร

จันทิมา ฤกษ์เลื่อนฤทธิ์ และคณะ, ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในจังหวัดน ค ร น า ย ก ,

Thai Pharmaceutical and Health Science Journal, Vol. 5 No. 4, Oct. – Dec. 2010,

p. 333.

ชรินทร์ ห่วงมิตร และคณะ. (2560). พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพเครือข่ายพระภิกษุ ส ง ฆ์

ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์. รายงานการวิจัย. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัด น ค ร ส ว ร ร ค์

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

พระครูสุวิธานพัฒนบัณฑิต. (2557). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดขอนแก่น

โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่าย. รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬา

ลงกรณราชวิทยาลัย,

สนธนา สีฟ้า. การศึกษาพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของพระภิกษุในจังหวัดปัตตานี. วารสารวิชาการ สถาบัน

การพลศึกษา, ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561, หน้า 121.

อัจฉรา ปุราคม และยอดแก้ว แก้วมหิงสา. (2556). พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของนิสิตมหาวิทยาลัย

เกษตรศาสตร์วิทยาเขตก าแพงแสน. รายงานการวิจัย. ภาควิชาพลศึกษาและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์

และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน.

(3) เว็บไซต์

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สรุปโครงการดำเนินงาน จำแนกตามโครงการ/กิจกรรม สำคัญ

ปีงบประมาณ 2563 สืบค้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 จาก

http://doc.anamai.moph.go.th/?r=str-project/listbyproject&pid=S2563P135

(4) ภาษาอังกฤษ

Pender NJ, Murduagh CL, Parsons, MA. (2006). Health promotion in nursing practice (5th edition).

New Jersey. Pearson Education.

Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. N. ( 200 6). Health promotion in nursing

practice (4th ed.), (Upper Saddle River, NJ: Pearson Prentice Hall.

Pender, N.J. ( 1996) . Health Promotion in Nursing Practice. 3rd ed. Appleton and Lange

Connecticut.