การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านเพื่อพัฒนาการรู้ดิจิทัลและทักษะการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

อรอุมา เปาลิวัฒน์

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านเพื่อพัฒนา
การรู้ดิจิทัลและทักษะการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 (สังขวิทย์) จำนวน 30 คน กระบวนการวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา ผลการศึกษา
พบว่ารูปแบบมีชื่อว่า Five Process Model กระบวนการจัดการเรียนรู้มี 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 วางแผน
(prepare) ขั้นที่ 2 ศึกษาเนื้อหา (provide) ขั้นที่ 3 ฝึกปฏิบัติ (practice) ขั้นที่ 4 สร้างสรรค์(project) ขั้นที่ 5
น าเสนอ (present) รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.83/80.40 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นักเรียนมีการรู้ดิจิทัลโดยรวมอยู่ในระดับมาก
นักเรียนมีทักษะการคิดสร้างสรรค์ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 60 และผลการประเมินรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมาก
ที่สุด ผลลัพธ์โดยรวมรูปแบบมีความเหมาะสม รูปแบบนี้ประกอบด้วยขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเมื่ออยู่นอกชั้น
เรียน คือ นักเรียนมีความรู้และทำความเข้าใจ และขั้นที่ทำในชั้นเรียน คือ นักเรียนได้นำความรู้มาทดลองใช้หรือ
ประยุกต์ใช้และลงมือปฏิบัติ

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่

20. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประพันธ์ศิริสุเสารัจ. (2556). การพัฒนาการคิด. กรุงเทพฯ: เทคนิคพริ้นติ้ง.

เมธาวรินทร์สัจจะบริบูรณ์. (2561). “รูปแบบการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานในห้องเรียนกลับด้านแบบร่วมมือผ่าน

เครือข่ายสังคม.” วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระ

นครเหนือ.

วสันต์ ศรีหิรัญ. (2561). “การพัฒนารูปแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์สำหรับ

ห้องเรียนกลับด้านที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู.” วิทยานิพนธ์ปรัชญา

ดุษฎีบัณฑิต. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วิจารณ์ พานิช. (2556). ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.

วุฒินันทน์ น้อยหัวหาด. (2561). “การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับทางร่วมกับการเรียนแบบ

ยืดหยุ่น เพื่อส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี.”

วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Bergmann, Jonathan and Aaron Sams. (2012). Flip your classroom: reach every student in every

class every day. Alexandria: Association for supervision and curriculum development.

Chen, Yunglung and other. (2014). “Is FLIP enough? Or should we use the FLIPPED model

instead?.” Computer & education. 79 (1): 16-27; October.