การบริหารจัดการแหล่งโบราณสถานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลไกและกระบวน ความสัมพันธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ ภาคเครือข่ายและเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการแหล่งโบราณสถานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยการใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 12 รูป/คน และการสนทนากลุ่มเฉพาะจำนวน 8 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาความ ผลการวิจัย พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะต้องเตรียมแผนการสร้างแหล่ง โบราณสถานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผนวกกับการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวไปยังองค์กร ชมรม และสมาพันธ์ทั้งในพื้นและนอกพื้นที่และส่งเสริมมิติความสัมพันธ์ 6 ด้านได้แก่ ด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้าน สังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย และด้านศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับการบริหารจัดการแหล่ง สถาบัน โบราณสถานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธ พบว่า การบริหารจัดการแหล่งโบราณสถานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานีผ่านการดำเนินกิจกรรม 8 ประการ 1. การศึกษาวิจัยหรือการสร้าง ความรู้ที่ส่งเสริมร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษา 2. การประเมินคุณค่าและศักยภาพของทรัพยากรทางโบราณคดีเพื่อสร้างจุดดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว 3.การจัดการความรูเรื่องทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร ความรู้และ เทคโนโลยี 4. การบริรักษ์จำเป็นต้องอาศัยความรู้จากกรมศิลปากร 5. การสร้างเครือข่ายขยายความร่วมมือในระดับ ท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ และภาคประชาชน 6.การฟื้นฟู ผลิตซ้ำและสร้างใหม่อาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ 7. การใช้ กฎเกณฑ์ ข้อปฏิบัติ ข้อบัญญัติในการควบคุมและป้องกันโดยการออกข้อบังคับหรือเทศบัญญัติของท้องถิ่นนั้นๆ และ 8. การดำเนินกิจกรรมธุรกิจชุมชนที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพยากรทางโบราณคดีโดยเฉพาะการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนใน พื้นที่ให้มากขึ้น
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
ณัฐพร ดอกบุญนาค และฐาปกรณ์ ทองคำนุช. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยว กรณีศึกษา ชุมชนในตลาดร้อยปีสามชุกอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, 2556.
พรรณวลัย คีรีวงศ์วัฒนา. การจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม:การอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังในภาคตะวันออก, วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม. ปีที่ 8 ฉบับที่ 1. 2555 : 33.
พระมหาเสรีชน นริสฺสโร (พันธ์ประโคน) นายสายชล ปัญญชิตและนายภูเบศ วณิชชานนท์, การจัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2556.
วุฒิชาติ สุนทรสมัย และ ปิยะพร ธรรมชาติ. รูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสุขภาพของจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสารสมาคมนักวิจัย. ปีที่ 21 ฉบับที่ 3. (กันยายน – ธันวาคม). 2559 : 167.
วุฒิสาร ตันไชย. การกระจายภารกิจหน้าที่ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยุคใหม่. [ออนไลน์]. แหล่งข้อมูล : http://www.local.moi.go.th/webst/botfam1.htm [22 มิถุนายน 2560].
สายชล ปัญญชิต. การพัฒนารูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. [ออนไลน์], แหล่งข้อมูล : http://www.komchadluek.net/detail/20130808/165421/สกว.หนุนมจรงานวิจัยจัดการท่องเที่ยวเชิงพุทธ.html [22 พฤศจิกายน 2559].
สายนัต ไพรชาญจิตร. การจัดการโบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ศูนย์การพิมพ์แกน จันทร์ จำกัด, 2548.
สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. พุธาม : เส้นทางสู่มรดกโลก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2556.
สุนีย์ ทองจันทร์ และคณะ. ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในการบริหารจัดการโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์: ศึกษากรณีเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2556.
สุวิภา จำปาวัลย์และธันยา พรหมบุรมย์. แนวทางการพัฒนาศักยภาพและการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วนร่วมเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในตำบลบ้านเรือนอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน. รายงานการวิจัย. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2558.