จริยธรรมาภิบาลสำหรับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ไพศาล เครือแสง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ ได้แก่ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาสภาพใช้จริยธรรมาภิบาลสำหรับผู้นำท้องถิ่น ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 2) เพื่อเสนอรูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมทางการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล ของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครสวรรค์ ระเบียบวิธีวิจัย เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธีระหว่างกา รวิจับเชิงคุณและการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจับเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 17 คน เลือกแบบ เจาะจงจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการส่งเสริมจริยธรรมการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล เครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูลได้แก่แบบสัมภาษณ์เชิงลึกที่มีโครงสร้าง เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การพรรณนาความการวิจับเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 118 คนจากประชากร 166 คนที่อยู่ ในองค์การ บริหารส่วนตำบลในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 17 แห่ง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัย พบว่า


1.) สภาพจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัด นครสวรรค์ พบว่า การวิเคราะห์สภาพจริยธรรมทางการบริหารของผู้นำรายด้าน พบว่า 1. หลักนิติธรรม 2. หลัก คุณธรรม 3. หลักความโปร่งใส 4. หลักการมีส่วนร่วม 5. หลักความรับผิดชอบ และ 6. หลักความคุ้มค่า โดยรวมอยู่ ในระดับมาก ( = 3.67)


2.) รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ พบว่า (1) รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมตามหลักนิติธรรม กับหลักศีลและหลักอวิโรธนะ พบว่า กฎเกณฑ์ ระเบียบ วิธีปฏิบัติตนใน จรรยาบรรณในความเป็นผู้นำองค์กรที่ดี กระตุ้นจริยธรรมด้วยความ ประพฤติดีงาม มีความเที่ยงธรรม เป็นตัวอย่างที่ดี (2)รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมของผู้นำ ใช้คุณธรรมกับหลักปริ จาคะและหลักมัทวะ พบว่า ระบบคุณธรรมเป็นเครื่องควบคุมการพฤติกรรมทั้งหมดให้ถูกต้อง ชัดเจน เพราะรากฐาน ของคุณธรรมอยู่ที่จิตสำนึกร่วม การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม สำนึกในหน้าที่ของตนเองมีความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย และเคารพในสิทธิของผู้อื่น (3) รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมด้านความโปร่งใสกับหลัก อาชชวะ พบว่า ควรส่งเสริมการเรียนรู้ในระบบการตรวจสอบให้กับประชาชน และกลไกการทำงานต่าง ๆ เปิดเผย ข้อมูล กระบวนวิธีการทำงาน งบประมาณ มีการตรวจสอบทุกขึ้นตอน ทั้งด้านปริมาณและด้านคุณภาพ มีความ ซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจ (4) รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมตามหลักความรับผิดชอบกับหลักตบะพบว่า การนำ หลักของจิตสำนึกความรับผิดชอบของภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม ลดทุจริตคอร์รัปชั่น การเพียรพยายามไม่ให้ความมัว เมาเข้าครอบงำจิตใจ (5) รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมตามหลักการมีส่วนร่วมกับหลักขันติและหลักอักโกธะ พบว่า การสร้างกระบวนการให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การวางแผน การจัดโครงการ กระบวนการดังกล่าว จะต้องเกิดจากความต้องการของภาคประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ ผู้นำควรส่งเสริมควรละอคติ มี จิตใจมั่นคง มีความสุขุม เยือกเย็น อดกลั้น มีสามารถอดทนต่องานหนัก (6) รูปแบบการส่งเสริมจริยธรรมตามหลักความคุ้มค่ากับหลักทานและหลักอวิหิงสา พบว่า หลักทางการบริหารเพื่อส่วนร่วมเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชน เน้นการให้พอประมาณ ละความความไม่เบียดเบียน กลั่นแกล้ง ไม่หลงในอำนาจ มีความสุจริตในการใช้ งบประมาณอย่างประหยัด ใช้งบประมาณก็สามารถสร้างความดี ลดความชั่ว ลดความเห็นแก่ตัว ใช้ตนเองไปสู่ความ เสียสละต่อส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

ทิศนา แขมมณี. การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม : จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: สภา สังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย, 2542.

สุจินต์ ธรรมชาติ. การวิจัยภาคปฏิบัติวิธีลัด. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2549.

วริยา ชินวรรโณ, อ้างใน, สำนักข่าวอิศรา, เปิด 15 ปัญหานักการเมืองไทย-โรคขาดภูมิคุ้มกันทางจริยธรรม, [ออนไลน์], แหล่งข้อมูล : http://www.isranews.org/isranews-news/item/25323-018301.html [ 11 ตุลาคม 2559].

ขัตติยา กรรณสูต, “พฤติกรรมความซื่อสัตย์ของคนไทย”, รายงานวิจัย, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิง คุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม). กรุงเทพมหานคร: ศุนย์คุณธรรม 2551.

จิดาภา เร่งมีศรีสุข, “ยุทธศาสตร์การพัฒนาจริยธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคกลาง”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2556.

ภิศักดิ์ กัลยามิตร, จริยธรรมทางการบริหารจัดการภาครัฐที่ดี:วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบการเทศบาลตำบลและ องค์การบริการส่วนตำบล, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัย ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2547.