วัฒนธรรมเชิงพุทธแบบล้านนากับการแก้ปัญหาการฆ่าตัวตาย
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
องค์การอนามัยโลก ได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี ค.ศ. 2020 ในทุก ๆ 20 วินาที จะมีคนฆ่าตัวตาย 1 คน การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายลำดับที่ 3 ของสาเหตุการตาย การแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายถือได้ว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว อัตราการฆ่าตัวตายในปัจจุบันทวีความถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องด้วยสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่อาจเป็นปัญหาหรือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย
ในทางพุทธศาสนา การฆ่าตัวตายถือเป็นบาปมหันต์ เพราะผิดศีล 5 ในข้อที่ 1 ซึ่งไม่ได้หมายเพียงการเข่นฆ่าชีวิตอื่น แต่ยังหมายรวมถึงการฆ่าตัวตายด้วย ซึ่งหลักธรรมที่สามารถนำมาแก้ปัญหาการฆ่าตัวตายที่มีสาเหตุมาจากความทุกข์ทั้งหลายได้คือ อริยสัจ 4 และอริยมรรค 8 และประการสำคัญ อิทธิพลของพระพุทธศาสนาที่มีผลต่อวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะในล้านนานั้นได้รับอิทธิพลอย่างมาก ซึ่งวิถีวัฒนธรรมต่างก็ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ความเชื่อ และหลักธรรม ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้ อันได้แก่ การทำบุญในวันพระ หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น การทำบุญตักบาตร การเข้าวัดฟังธรรม การปฏิบัติตนตามหลักศีล 5 หลักอริยสัจ 4 การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตากรุณา การให้อภัย และการมีส่วนร่วมในชุมชน เป็นต้น
ดังนั้นแล้ว การประยุกต์ใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนามาเป็นเครื่องมือในการลดการฆ่าตัวตายนั้นจะต้องมีการส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะหลักอริยสัจ 4 นั้นถือได้ว่าเป็นหลักธรรมที่สามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้ทั้งในขณะที่มีปัญหาเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งไม่สามารถคิดหาทางออกจนคิดที่จะฆ่าตัวตาย
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
นันท์นภัส ประสานทอง. “การฆ่าตัวตาย (Suicide)”. สำนักบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข : พฤษภาคม 2554.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). 2557. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 27. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มธุรส มุ่งมิตร. 2552. “พุทธศาสนากับการฆ่าตัวตาย”. สารนิพนธ์ศิลปศาสตรบัณฑิต. (วิทยาลัยศาสนศึกษา : มหาวิทยาลัยมหิดล.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2539. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วงค์พรรณ์ มาลารัตน์ และคณะ. 2557. “รายงานการศึกษาปัญหาการฆ่าตัวตายในชุมชน จังหวัดเชียงราย. รายงานการศึกษา. ศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. 2557. คู่มือการดำเนินงาน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5”. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
ปาณิภา สุขสม (2558). “แนวคิดทางสังคมวิทยากับการศึกษาอาชญากรรม”. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์. (4)3. 193.
รจนพรรณ นันทิทรรภ (2559). “ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายของผู้ป่วยในหอผู้ป่วยอายุรกรรมโรงพยาบาลนครพิงค์”. วารสารสวนปรุง. 32(1). 3.
สมชาย จักรพันธุ์. “การให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันการใช้สารเสพติด.” คลินิก. 19(10). 861-864
ธนพร แตงขาว. (2548). “การศึกษาวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวล้านนาจากจารึกล้านนา” (รายงานวิจัย). สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ : กระทรวงวัฒนธรรม.
ณรงค์ สมทราย. (12 กุมภาพันธ์ 2563). นักวิชาการสาธารณสุข รพ.สต.อุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน สัมภาษณ์.
พระครูโสภณปริยัติกิจ. (11 กุมภาพันธ์ 2563). สัมภาษณ์.
พระมหาไกรสร โชติปญฺโญ. (11 กุมภาพันธ์ 2563). สัมภาษณ์.
สุมนทิพย์ จิตสว่าง. (15 มกราคม 2563). สรุปเรื่องการฆ่าตัวตาย. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://www.polsci.chula.ac.th/sumonthip/.
Kerkhof. A.J.F.M. (1994). “Suicide and Attempted suicide”. Current Awareness. Vol.3 No.2: 16.
Bridge. J.A.. Goldstein. T.R.. and Brent. D.A. (2006). “Adolescent suicide and Suicidal behavior”. Journal of Child Psychology and Psychiatry.
Scheidman. E.S. Overview. (1990). “Multidimentional approach to suicide”. In: Jacobs D. Brown HN. eds. Suicide: Understanding and responding. Madison: International press.