พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในเขตตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง จังหวัดแพร่
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในเขตตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง
จังหวัดแพร่ 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักธอปริหานิยธรรม 7 กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในเขตตำบลทุ่งน้าว
อำเภอสอง จังหวัดแพร่ 3) เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในเขตตำบลทุ่งน้าว
อำเภอสอง จังหวัดแพร่ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงผสานวิธีได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการวิจัย
เชิงสำรวจจากการแจกแบบสอบถาม จำนวน 352 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิจัยเชิง
คุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 13 รูป/คน วิเคราะห์คำให้สัมภาษณ์
ของผู้ให้ข้อมูลสำคัญ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท ผลการวิจัยพบว่า
1) ระดับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภา
องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในเขตตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง จังหวัดแพร่ โดยภาพรวมอยู่ในระดับ
มาก (x̅ = 3.69)
2) ความสัมพันธ์ระหว่างหลักอปริหานิยธรรม 7 กับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในเขตตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง
จังหวัดแพร่ โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์เชิงบวกอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย (r = .233**)
3) ปัญหาอุปสรรค พบว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019
ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ความไม่พร้อมของหน่วยเลือกตั้ง การประชาสัมพันธ์ยัง
ไม่มีความชัดเจน ข้อเสนอแนะ พบว่า ควรประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้
สิทธิเลือกตั้งตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และ
ควรมีการจัดทำคลิปเสมือนการเลือกตั้งจริงให้กับประชาชนได้ศึกษาผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา และฐิตา วานิชย์บัญชา. (2561). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล.
พิมพ์ครั้งที่ 31. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สามลดา.
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2544). การสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : วิญญูชน.
พระค ารณ อติภทฺโท (ทองน้อย). (2562). การบริหารจัดการเชิงเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนของกลุ่มเกษตรกร
ผู้ปลูกข่าตามหลักอปริหานิยธรรมในเขตเทศบาลตำบลทุ่งน้อย อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร.
วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย.
พระอธิการวรวุฒิ สุเมโธ (มีธรรม). (2563). พฤติกรรมของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร พ.ศ. 2562 ในจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 5. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต.
บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชกิจจานุเบกษา. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ พ.ศ. 2560, มาตรา 133 (3) มาตรา 236,
มาตรา 256 (1).
วัลลภัช สุขสวัสดิ์. (2561). การวิจัยเชิงปริมาณทางรัฐศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิษณุโลก : สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุวรีย์ ศิริโภคารภิรมย์. (2546). การวิจัยทางการศึกษา. (ลพบุรี : สถาบันราชภัฏเทพสตรี.
อง ค์ ก า ร บ ริ ห า ร ส่ ว น ต า บ ล ทุ่ ง น้ า ว . ข้ อ มู ล พื้ น ฐ า น . [อ อ น ไ ล น์ ] . แ ห ล่ ง ที่ ม า :
https://www.thungnow.go.th/condition.php/ [10 ธันวาคม 2563].
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2545). การเมืองของพลเมือง. กรุงเทพมหานคร : โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.