กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเครือข่ายชุมชนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน ในลุ่มน้ำอิง

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พิศมัย วงค์จำปา
พระมหาศิวกร ปญญาวชิโร

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเครือข่าย
ชุมชนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 
ทําการศึกษา 3 เครือข่ายป่าชุมชนเพื่อเป็นตัวแทนของแต่ละพื้นที่ของลุ่มน้ำาอิงตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง  
การเก็บข้อมูลภาคสนามทําโดย การลงพื้นที่สํารวจชุมชนและป่าชุมชน การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ 30 คน การ
เข้าร่วมในกิจกรรมเพื่อการสังเกต การจัดประชุมเครือข่าย และการสนับสนุนการวิจัยท้องถิ่นของเครือข่าย  
ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนทั้งทางตรง
และทางอ้อมในลุ่มน้ำอิงทั้ง 3 เครือข่าย เริ่มจากการผลิตสร้างความรู้ท้องถิ่น ซึ่งการที่อาศัยอยูํในพื้นที่ในลุ่มน้ำอิงซึ่ง
เป็นที่ราบลุ่มเชิงเขาริมฝั่งแมํ่น้ำขนาดไมากว้างมากนัก ทําให้ชุมชนเห็นความสัมพันธ์ของป่าไม้กับทรัพยากรธรรมชาติ
ชนิดอื่นๆและวิถีชีวิตอย่างชัดเจน มีการสร้างความรู้ท้องถิ่นเกี่ยวกับป่าไม้ 4 ระดับ โดยปฏิสัมพันธ์กันไปมาและกับ
บริบทที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของพื้นที่นั้นๆ เป็นความ รู้ท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสถานการณ์นั้น (Situated 
Knowledge)   ในด้านการอนุรักษ์ เมื่อเกิดวิกฤติภัยแล้งปี พ.ศ. 2535 จากการลดลงของป่าไม้ ความเข้มแข็งของ
ชุมชนที่ตั้งอยู่บนความรู้ท้องถิ่นและการมีผู้นําชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นฐานสําคัญในกระบวนการสร้างสถาบันชุมชนเพื่อ
การอนุรักษ์ป่าชุมชนขึ้น มีการสร้างเปูาหมายและวิธีการของชุมชนร่วมกันที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น การอนุรักษ์
ของชุมชนเป็นระบบและทางการมากขึ้นโดยการเข้าไปเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรพัฒนาเอกชนและ
หน่วยงานภาครัฐ  ระดับเครือข่ายองค์กรภายนอกทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ มีบทบาทสําคัญต่อ
กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายป่าชุมชน ทั้งการวางโครงสร้างและกลไกในระดับต่างๆ การพัฒนา
ศักยภาพ การจัดการความรู้ การสื่อสาร และการรณรงค์เชิงนโยบาย ในกรณีป่าชุมชนที่เป็นป่าบกมีการเชื่อมกับ
ขบวนป่าชุมชนในระดับประเทศซึ่งต่อมาได้ซบเซาลง ส่งผลให้หลังปี พ.ศ. 2550 เครือข่ายป่าชุมชนระดับต่างๆในลุ่ม
น้ำอิงซบเซาลงไปด้วยไม่มีการดําเนินกิจกรรมของเครือข่าย ในขณะที่เครือข่ายป่าชุ่มน้ำชุมชนในลุ่มน้ําอิงตอนล่างพึ่ง
ได้รับการจัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยองค์กรพัฒนาเอกชน  

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

เตชภัฒน์ มโนวงศ์. (สัมภาษณ์. 7 พฤศจิกายน 2561). พัฒนาการของเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดพะเยา.

ถนอม อุตมะ. (สัมภาษณ์. 26 สิงหาคม 2562). ป่าชุ่มน้้ำชุมชนในลุ่มน้ําอิงตอนล่าง.

ธีระพงศ์ โพธิ์มั่น. (สัมภาษณ๑. 1 สิงหาคม 2562). บทบาทของสมาคมแม่น้้ำเพื่อชีวิตในการอนุรักษ์ป่าชุ่มน้ำในลุ่มน้ำ

อิงตอนล่าง.

บัณฑิต ศิริรักษ์โสภณ. (2561). การเมืองเรื่องป่าชุมชน: ปัญหาเชิงนโยบายและระบบกรรมสิทธิ์ร่วมในสังคมไทย.

วารสารธรรมศาสตร์. 37(2). 146.

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต. (2558). วังสงวนในลุ่มน้ำอิง : การจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาโดยชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟู

ระบบนิเวศลุ่มน้ำและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน้้ำอิง. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์.

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต. (2560). ป่าชุ่มน้ำในลุ่มน้ำอิงตอนล่าง และการจัดการโดยชุมชนท้องถิ่น. เชียงใหม : วนิดา

การพิมพ์.

สหัทยา วิเศษ และคณะ. (2545). ลุ่มน้ำอิง. พะเยา : เจริญอักษร.

อานันท์ กาณจนพันธุ์. (2554). มิติชุมชน : วิธีคิดท้องถิ่นว่าด้วยสิทธิ อ านานและการจัดการทรัพยากร. กรุงเทพฯ

: สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์. (6 มิถุนายน 2558). เมื่อสังคมชนบทกลายเป็น “สังคมผู้ประกอบการ”. กรุงเทพธุรกิจ.

สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/634890

Berkes. F. (1999). Sacred Ecology: Traditional Ecological Knowledge and Resourc

Management. Philadelphia: Taylor & Francis.