ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงระดับความมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร และเปรียบเทียบปัจจัยที่มีต่อประสิทธิภาพ ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นการวิจัยในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณคำนวณจากตารางของ Taro Yamane ที่จำนวน ๒๙๐ คน เครื่องมือที่ใช้สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงอนุมาน การทดสอบ t–test สถิติ F–test ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้กลุ่มตัวอย่างจากวิธีการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาแล้วสรุปผลเป็นความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ระดับความมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางคลาน ทั้ง ๖ ด้าน พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษี รองลงมาตามลำดับ คือ ด้านประสิทธิภาพของพนักงานผู้จัดเก็บภาษีและกระบวนการจัดเก็บภาษีของรัฐ ด้านโครงสร้างภาษี ด้านการลดจำนวนผู้เสียภาษีที่หลบเลี่ยงการชำระภาษี ด้านลักษณะของกฎหมายภาษีและบทลงโทษ และด้านความมีจิตสำนึกในหน้าที่การเสียภาษีของผู้เสียภาษี
๒. เปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี ทั้ง ๖ ด้าน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เพศ สถานภาพ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษี: ด้านการรับรู้ข่าวสารการชำระภาษี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษี: ด้านอัตราภาษีและประเภทของภาษี และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษี: ด้านความถี่ของการชำระภาษี มีผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางคลาน ส่วนอายุ ไม่มีผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางคลาน
๓. แนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร พบว่า ๓.๑) ด้านความมีจิตสำนึกในหน้าที่การเสียภาษีของผู้เสียภาษี คือ มีมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจและเห็นถึงความสำคัญในการชำระภาษีให้ครบถ้วน ๓.๒) ด้านลักษณะของกฎหมายภาษี และบทลงโทษ คือ การเพิ่มมาตรการในบทลงโทษการหลีกเลี่ยงการชำระภาษีให้มีมาตรการที่รุนแรงยิ่งขึ้น ๓.๓) ด้านประสิทธิภาพของพนักงานผู้จัดเก็บภาษี และกระบวนการจัดเก็บภาษีของรัฐ คือ การเพิ่มพนักงานผู้จัดเก็บภาษีให้มีจำนวนเพียงพอต่อการให้บริการประชาชน ๓.๔) ด้านบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษี คือ การให้ผู้นำชุมชนในท้องถิ่นเป็นแบบอย่างที่ดีในการมาชำระภาษีให้กับเทศบาลอย่างครบถ้วนและตรงเวลา ๓.๕) ด้านโครงสร้างภาษี คือ การจัดให้มีการประชาสัมพันธ์และอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีประเภทต่าง ๆ ในรูปแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และ ๓.๖) ด้านการลดจำนวนผู้เสียภาษีที่หลบเลี่ยงการชำระภาษี คือ มีมาตรการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการมาชำระภาษีให้ครบถ้วน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์. (๒๕๕๐). การคลังท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง.
Taro Yamane. Statistics: An Introductory Analysis. Third and Row Publication, 1973.