การศึกษาวิธีการเผยแพร่แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระสงฆ์ ในจังหวัด อุบลราชธานี ยโสธร และ นครพนม

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระใบฎีกาสุพจน์ ตปสีโล

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษา พฤติกรรมการจัดกิจกรรม หรือ
โครงการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระสงฆ์ในจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และนครพนม ๒) เพื่อ
จัดทำฐานข้อมูลของวัดที่ดำเนินการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยจำแนกเป็นระดับเข้าข่าย เข้าใจ
และเข้าถึงและ ๓)เสนอแนวทางหรือมาตรการที่จะยกระดับวัดที่อยู่ระดับไม่เข้าข่ายให้มาอยู่ในระดับ
เข้าข่าย ยกระดับจากเข้าข่ายให้เป็นเข้าใจ และยกระดับที่เข้าใจให้สู่ระดับเข้าถึง โดยใช้ระเบียบ
วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ
(Qualitative Research) ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่ม พระสงฆ์ จำนวน ๑๓๐ รูป และ
วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) รวมรวมข้อมูลโดยสอบถามพระสงฆ์ ๒,๗๙๒ วัด
และใช้แบบประเมินเพื่อวัดระดับเศรษฐกิจพอเพียงกลุ่มตัวอย่างวัดในจังหวัดอุบลราชธานีจำนวน ๔๐
วัดโดย มีขอบเขตในการวิจัย คือ พฤติกรรมการจัดกิจกรรมหรือโครงการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
ของพระสงฆ์ในจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และนครพนมวิเคราะห์เพื่อจัดระดับความเป็นเศรษฐกิจ
พอเพียงของวัดทั้งหมดในทั้งสามจังหวัด จัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า
มาเชื่อมโยง เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และยกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชนและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และวิเคราะห์เพื่อเสนอแนวทางหรือมาตรการในการยกระดับความเป็น
เศรษฐกิจพอเพียงของวัดในพื้นที่สามจังหวัดดังกล่าว
ผลการวิจัยพบว่า
๑.บทบาทพระสงฆ์กับการเผยแพร่แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
พระสงฆ์ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า การเผยแพร่แนวพระราชดำริเศรษฐกิจนั้น พระสงฆ์
ควรมีบทบาทส่งเสริมให้ครอบครัวนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งบทบาทของพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านจิตใจ เผยแผ่คุณธรรมจริยธรรม เทศนา และเป็นแบบอย่างที่
ดี มีการสอนศีลธรรม จริยธรรมในสถานศึกษา การนำหลักธรรมมากระตุ้นเตือนให้พุทธศาสนิกชนใน
ชุมชนรู้จักแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการร่วมกับชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ
ยั่งยืน จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียงพึ่งพาตนเองได้ การเผยแผ่
หลักธรรมผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ จัดภูมิทัศน์ของวัดให้เป็นที่พักผ่อน
เรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นแหล่งรวมนักปราชญ์ท้องถิ่น และศิลปะพื้นบ้าน
๒.ผลการทดลองใช้แบบประเมินระดับเศรษฐกิจพอเพียงจากกลุ่มตัวอย่างวัดในจังหวัด
อุบลราชธานี จำนวน ๔๐ วัด พบว่า อยู่ในระดับไม่เข้าข่ายจำนวน ๑๓ วัด ระดับเข้าข่าย ๑๕ วัด
ระดับเข้าใจ ๑๑ วัด และอยู่ในระดับเข้าถึง ๑ วัด
๓. มาตรการที่จะยกระดับวัดที่อยู่ระดับไม่เข้าข่ายให้อยู่ในระดับเข้าข่าย ยกระดับจากเข้า
ข่ายให้เป็นเข้าใจ และยกระดับที่เข้าใจให้สู่ระดับเข้าถึง
การขับเคลื่อนแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีวิธีการตามขั้นตอนดังนี้
๓.๑ส่งเสริมให้ความรู้ ทำความเข้าใจปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้พระสงฆ์
๓.๒การศึกษาและสร้างรูปแบบการพัฒนาวัดเพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และเข้าใจหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงแก่พระสงฆ์ในแต่ละจังหวัด
๓.๓คณะสงฆ์มีหน่วยงานที่ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อช่วยเหลือในการขับเคลื่อนปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงในแต่ละภาคของประเทศไทย
๓.๔ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วเพื่ออบรมให้ความรู้พระสงฆ์ให้เป็นพระวิทยากร
วางรูปแบบการทำงานร่วมกันให้เป็นระบบโดยให้ความรู้พระสงฆ์และประชาชนในท้องถิ่น โดยยึดหลัก
เข้าข่าย เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาสร้างความรู้รักสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคม

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ๒๕๕๖.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง: เศรษฐกิจและสังคม.

(พฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๖).

ชัยวัชน์ หน่อรัตน์ และคณะ. เศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคม ผลจากเสวนาสหสาขาวิชาการ

ระหว่างสถาบันแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ฟ้าอภัย, ๒๕๕๔.

ประเวศ วสี เศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคม. กรุงเทพมหานคร : หมอชาวบ้าน,๒๕๕๓.

พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) . หลักสำหรับแก้ปัญหาชีวิต ธรรมที่จะช่วยให้พ้น

ทุกข์ กรุงเทพฯ:ธรรมสภา, ม.ป.พ.๒๕๔๖.

พุทธทาสภิกขุ ๒๕๕๐.รากฐานที่มั่นคง แห่งความเป็นมนุษย์ กรุงเทพมหานคร

ธรรมสภา. ม.ป.ป.

อภิชัยพิพัฒน์พันธเสน.พัฒนาชนบทไทย : สมุทัยและมรรค,กรุงเทพฯ: มูลนิธิภูมิปัญญา, ๒๕๔๙

สำนักพิมพ์ยอดพฤติการณ์, การใช้การสร้างตัวชี้วัดเพื่อวิเคราะห์เศรษฐกิจพอเพียงโดยเปรียบเทียบกับ

พุทธเศรษฐศาสตร์ วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. สาขาวิชา

พระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ๒๕๕๙.