บทบาทการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาบทบาทการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ตาม
ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน๒) เพื่อเปรียบเทียบบทบาทการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ในตำบล
เวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน ตามปัจจัยส่วนบุคคล ๓) เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
เกี่ยวกับบทบาทการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน ๔) เพื่อศึกษาแนว
ทางการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นพบว่าเป็นเพศหญิง จำนวน ๑๙๒ คน คิดเป็นร้อยละ
๕๑.๑ มีอายุระหว่าง ๕๐ – ๕๙ ปี จำนวน ๑๑๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๓ มีสถานภาพสมรส จำนวน
๒๓๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๒.๒ มีวุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาจำนวน ๑๕๘ คน คิดเป็นร้อยละ
๔๒.๐ มีอาชีพธุรกิจส่วนตัว จำนวน ๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๖.๓ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ำกว่า
๑๐,๐๐๐ บาทจำนวน ๑๖๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๔
๒. ระดับบทบาทการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ตามทัศนคติของประชาชนในตำบลเวียง
ยอง อำเภอเมืองลำพูน พบว่า ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเผยแผ่ธรรม
เมื่อ ของพระสงฆ์ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = ๓.๓๒)
พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้าน ด้านสันทัสสนาอยู่ในลำดับมากที่สุด รองลงมาคือด้านสัมปทั้งสนา
กับสมุดเตธนาส่วนด้านสมาทปนาอยู่ในลำดับน้อยที่สุด
๓. การเปรียบเทียบระดับบทบาทการเผยแผ่ธรรมของพระสงฆ์ในตำบลเวียงยอง อำเภอ
เมืองลำพูน การทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์ความแตกต่างการจำแนกปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่
เพศ อายุ สถานภาพ วุฒิการศึกษา อาชีพและรายได้ พบว่าโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้
๔. ผลการศึกษาปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทบาทการเผยแผ่ธรรมของ
พระสงฆ์ในตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง ลำพูน ได้แก่ (๑ ด้านสันทัสสนาพระสงค์เทศน์บรรยาย ซึ่งได้มี
การยกตัวอย่างให้ฟังชัดเจนได้ค่อนข้างน้อยหรือปานกลางมีความรู้แจ่มแจ้งเด็ดขาดในการแสดงหลัก
คำสอนพระสงฆ์เป็นแบบอย่างที่ดีก่อนจะเผยแผ่ธรรมได้น้อยหรือปานกลาง และมีสมาธิความตั้งใจใน
การเผยแผ่เข้าใจในการเผยแผ่หลักธรรมค่อนข้างน้อยหรือปานกลาง (๒ ด้านสมาทปนาพระสงฆ์มีลักปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อสร้างแรงจูงใจในการนำไปปฏิบัติ ใช้สำเนียง ทำนอง ถ้อยคำที่
ชัดเจน ในการเผยแผ่ได้ค่อนข้างน้อยหรือปานกลาง (๓ ด้านสมุตเตชนาพระสงฆ์แสดงธรรมค่อนข้าง
ไม่ลึกซึ้งและดูเรียบง่ายแสดงบุคลิกภาพในการแสดงธรรมของพระสงฆ์อาจหาญ แกล้วกล้าได้ค่อนขาง
น้อยหรือปานกลาง และเทศนาธรรมให้ตรงกับเหตุการณ์ที่แท้จริงได้น้อยหรือปานกลาง (๔ ด้าน
สัมปหังสนาพระสงค์แสดงธรรมโดยยกเอาเรื่องราวในธรรมบท หรือนิทานมาประกอบค่อนน้อยหรือ
ปานกลาง แสดงธรรม ยึดตามหลักคัมภีร์มากกว่านำมาประยุกต์ กับสถานการณ์ปัจจุบัน และแสดง
ธรรมยกสุภาษิต คำพังเพย มาใช้กันค่อนข้างน้อยหรือปานกลาง
๕. ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลสำคัญส่วนใหญ่เน้นให้พระสงฆ์แสดงธรรม
แบบเทศน์บรรยายธรรม โดยให้แทรกนิทาน สุภาษิต และประยุกต์หลักธรรมให้เข้ากับสถานการณ์ใน
ปัจจุบันและการวางตัวของพระสงฆ์ต้องมีความสำรวมเรียบร้อยและเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อให้
ประชาชนที่มารับฟังสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระไตรปิกฎภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.
พระสุนทร รตนปุญโญ (มติยาภักดิ์), “การศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการใช้ภาษาในการสื่อสารเพื่อการเผย
แผ่ธรรมะในยุคปัจจุบัน”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๔.