การศึกษาวิเคราะห์อัตลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระแสงหล้า สิริสุวัณโณ
ไพรินทร์ ณ วันนา
ปกรณ์ มหากันธา

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง“การศึกษาวิเคราะห์อัตลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของกลุ่มชาติพันธุ์ไท
ลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของ
กลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อในอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน  2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของ
กลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน  3) เพื่อวิเคราะห์อัตลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของ
กลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ  อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษา
เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 12 รูป/คน สรุปผลการวิจัยพบว่า 1.ประวัติ
ความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน  พบว่า   ชาวไทลื้อในอำเภอบ้านธิ  
จังหวัดลำพูน จากหลักฐานข้อมูลสันนิษฐานว่ามีการอพยพมาจากเมิงเจงฮุ่งในสิบสองปันนา ขึ้นตรง
กับมณฑลยูนนานของประเทศจีน  คนไทลื้อส่วนใหญ่จึงยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนคือความเคารพ
บรรพบุรุษ นามสกุลจึงมักขึ้นต้นด้วยชื่อบรรพบุรุษ แล้วลงท้ายด้วยคำว่า “ใหญ่” เช่น ลูกหลานของ
พ่อหนานปัญโญ แม่อุ้ยขา ใช้นามสกุล ปัญโญใหญ่ ส่วนนามสกุลอื่น ๆ เช่น สิทธิใหญ่ ปัญญาใหญ่ ศรี
นวลใหญ่ สุยะใหญ่ ใจยาใหญ่ รวมทั้งนามสกุล เชียงรุ่ง ก็ถือว่าเป็นนามสกุลที่แสดงให้ถึงความรักใน
แผ่นดินเกิดของบรรพชน  2.อัตลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้ออำเภอบ้านธิจังหวัด
ลำพูน พบว่า กลุ่มชาวไทลื้อจะนับถือพระพุทธศาสนาผสมผสานกับความเชื่อในเรื่องภูตผีและวิญญาณ 
จะมีการประกอบพิธีกรรม มีการเซ่นไหว้บวงสรวงบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และทำบุญตามประเพณี
ทางพระพุทธศาสนาด้วยทุก ๆ เดือนในรอบปี 3.วิเคราะห์อัตลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน พบว่า ชาวไทลื้อมีความเชื่อความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้
นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นหลักในการประพฤติที่เรียกว่า หลักจริยธรรม ได้แก่ หลัก
จริยธรรมทางสังคมและหลักจริยธรรม มีความเชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรมที่แต่ละบุคคลได้ทำไว้ 
ซึ่งตรงกับหลักศรัทธา 4 ในพระพุทธศาสนา คือ กัมมสัทธา ความเชื่อในเรื่องกรรม กรรมมีอยู่จริง      
วิปากสัทธา ความเชื่อในผลของกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว ทำอะไรไว้ย่อมได้รับ ผลอย่างนั้น  

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2565). เทศกาลและพิธีกรรมพระพุทธศาสนา

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ฐาปนีย์ เครือระยา. ไทลื้อ. สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.บทความ.

(วันที่ 14 ตุลาคม 2565) [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://artculture.cmu.ac.th/Lanna

เบญจวรรณ สุขวัฒน์.(2558). “การปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ไทเขิน : การต่อรองเพื่อสิทธิทางการเป็น

พลเมืองทางวัฒนธรรม”. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ไทยศึกษา). บัณฑิต

วิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุญช่วย ศรีสวัสดิ์.(2547). ไทยสิบสองปันนา เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 2 .กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์

ศยาม.

เปรมวิทย์ วิวัฒนเศรษฐ์.( 2561). “อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ในพิธีกรรมแห่งชีวิตชาว ไท

ลื้อ จังหวัดพะเยา”. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ. ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม).

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฏกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราช

วิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2539.

องค์ สุริยเมฆะ.( 2558). “สถานภาพการศึกษาชาติพันธุ์ไทลื้อ ตั้งแต่ พ.ศ. 2480 2540”. วารสาร

รามคำแหง. ฉบับมนุษยศาสตร์. ปีที่ 34. ฉบับ 1 (มกราคม – มิถุนายน).

สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ความเป็นมา ศิลปวัฒนธรรม ไทยอง พม่า ลำพูน ไทย

เอกสาร “ไทยอง ชีวิต ศรัทธา สล่าแผ่นดิน”. เอกสารวิชาการ. (วันที่ 12 ตุลาคม 2565).

[ออนไลน์]. แหล่งที่มา : https://www.sac.or.th/ databases/ethnicredb/research