การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรตามหลักพุทธธรรมของเทศบาลตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

วรวัฒน์ พิงคะสัน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหาร
จัดการน้ำเพื่อการเกษตรของเทศบาลตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 2)เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรของเทศบาลตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัด
ลำพูน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล  3)เพื่อเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรตาม
หลักพุทธธรรมของเทศบาลตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน การศึกษาวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่าง
จากกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรจำนวน 223 คน  การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ รวม
ทั้งหมดจำนวน 12 รูปหรือคน  


ผลการศึกษาวิจัยพบว่า


1. ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรของเทศบาลตำบลป่าสัก 
อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พบว่า ระดับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรตามหลักจักกวัตติวัตร 5 
ของเทศบาลตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก


2. การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรของเทศบาล
ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ในด้านเพศมีความคิดเห็นต่างกันจึงยอมรับสมมติฐาน ส่วนด้าน
อื่นๆมีความคิดเห็นไม่ต่างกันจึงปฏิเสธสมมติฐาน


3. แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรตามหลักพุทธธรรมของเทศบาลตำบลป่าสัก 
อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยเริ่มจากผู้นำชุมชน และกลุ่มผู้ใช้น้ำการเกษตรและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์ สามารถบูรณาการได้ตั้งแต่ 
ต้นน้ำกลางน้ำจนถึงปลายน้ำ และมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภาคการเกษตร การ
จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร การสร้างความเข้าใจแก่สมาชิกของกลุ่มผู้ใช้น้ำให้มีการมีส่วนร่วมโดย
มีการสร้างกฎเกณฑ์ที่ใช้หลักธรรมซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้จำนวนมากเพื่อเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งใน
การใช้อำนาจของผู้ปกครองซึ่งเป็นหลักธรรมเพื่อสร้างความสามัคคีโดยมีข้อเสนอเสนอแนะให้เทศบาล
ควรมีการสอบถามความคิดเห็นของสมาชิก เกี่ยวกับความต้องการในการจัดการน้ำ. ส่งเสริมการจัด
ประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง. ให้ความรู้กับสมาชิกเกี่ยวกับการ
จัดการน้ำ. มีการวางแผนการจัดการน้ำร่วมกันระหว่างสมาชิก และเทศบาลควรมีการวางแผนการ
จัดการน้ำที่ชัดเจนและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กรมการปกครอง (มปป.). มาตรฐานการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร. กระทรวงมหาดไทย.

ณัฐพล วุฒิจันทร์. (2554). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำ

ชลประทานของฝาย บ้านค่ายโครงการชลประทานระยอง. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร

มหาบัณฑิต สาขาวิชาการใช้ที่ดินและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (โครงการสห

วิทยาการระดับบัณฑิตศึกษา : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ธเนศ อักษร. (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ

สะแกกรัง : กรณีศึกษาพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาสะแกกรังตอนล่าง จังหวัดอุทัยธานี. สถาบันวิจัย :

สถาบันพัฒนาการชลประทาน.

ธีระพล บุญตาระวะ. (2560). การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในจังหวัดปทุมธานี. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญา

ดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช

วิทยาลัย.

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส. (2547). รูปแบบการจัดการการขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี. วิทยานิพนธ์พุทธ

ศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พลเอก ปกิตน์ สันตินิยม. (2564). ธนาคารน้ำใต้ดินรูปแบบการบริหารจัดการธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อการ

แก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างยั่งยืนในจังหวัดอุบลราชธานี. ดุษฎีปรัชญาดุษฎีบัณฑิต

สาขารัฐประศาสนศาสตร. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ภัทวี ดวงจิตร. (2557). การจัดการน้ำสมัยพุทธกาลกับสมัยล้านนา. สารนิพนธพุทธศาตรดุษฎี

บัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ลือโรจน์ จันทร์ดารัตนวงศ์. (2554) การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยังยืนด้วย

ระบบท่อและภูมิปัญญาท้องถิ่น. ตำบลตะพง อ้าเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง.

วิทวัส พราหมณโชติ. (2556). การมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำในการจัดการน้ าชลประทานของโครงการส่ง

น้ำและ บำรุงรักษาแม่แตงอ าเภอแม่แตงจังหวัดเชียงใหม่ . การค้นคว้าอิสระรัฐ

ประศาสนศาสตร มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรณ์. (2550). หลักการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร :

สำนักพิมพ์สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น.