ผลการใช้รูปแบบการนิเทศโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ สำหรับครูผู้สอน โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 2
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
ผลการใช้รูปแบบการนิเทศโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาการวิจัยทางการศึกษาพิเศษสำหรับ
ครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 2 มีวัตถุประสงค์4 ประการ คือ 1) เพื่อ
เปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ ของครูผู้สอนก่อนและหลังการพัฒนาตาม
รูปแบบการนิเทศโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการวิจัยทางการศึกษาพิเศษของ
ครูผู้สอนก่อนและหลังการพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ 3) เพื่อเปรียบเทียบ เจตคติของ
ครูผู้สอนที่มีต่อการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ ก่อนและหลังการพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศ โดยการอบรมเชิง
ปฏิบัติการ และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อครูผู้สอนที่ผ่านการพัฒนา ตามรูปแบบการนิเทศโดย
การอบรมเชิงปฏิบัติการ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ครูผู้สอนที่สมัครเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการการวิจัยทาง
การศึกษาพิเศษของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 ตั้งแต่ ระยะที่ 1 จนถึง ระยะที่ 3 จำนวน
50 คน จาก 15 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนต้นแบบเรียนรวม และโรงเรียนแกนนำการจัดการเรียนร่วม เครื่องมือที่ใช้ใน
การวิจัย ประกอบด้วย 1) ประเมินความสามารถในการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ 2) แบบวัดเจตคติของครูที่มีต่อการ
วิจัยทางการศึกษาพิเศษ 3) แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ และแบบวัด
ความพึงพอใจ ของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที
(t-test) วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูป SPSS for Windows
ผลการศึกษาพบว่า ชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิจัยทางการศึกษาพิเศษ สำหรับครูผู้สอน สังกัดสำนักงาน เขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 2 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.97/80.27 ความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยทางการศึกษาพิเศษของครูหลังการฝึกอบรม ด้วยชุดฝึกอบรม เรื่อง การวิจัยทางการศึกษา
พิเศษ ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจสูงกว่าก่อนการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยคะแนนเฉลี่ย
หลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรม ผู้เข้าอบรมมีเจตคติที่ดีต่อชุดฝึกอบรมเรื่อง การวิจัยทางการศึกษาพิเศษเมื่อพิจารณา
จากค่าเฉลี่ยคะแนนความคิดเห็นในระดับมาก ความสามารถในการวิจัยทางการศึกษาพิเศษของกลุ่มเป้าหมายหลัง
การพัฒนาตามรูปแบบ การนิเทศโดยการการอบรมเชิงปฏิบัติการ สูงกว่าก่อนพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ .01 เจตคติของครูผู้สอนที่มีต่อการวิจัยทางการศึกษาพิเศษหลังการพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศโดยการการ
อบรมเชิงปฏิบัติการ สูงกว่าก่อนพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ
จัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนที่ผ่านการพัฒนาตามรูปแบบการนิเทศโดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการวิจัยทาง
การศึกษาพิเศษหลังเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2552). วิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษาพิเศษ. กรุงเทพฯ : การศาสนา.
________. (2554). การสำรวจสภาพปัญหา แนวทางการพัฒนาและการใช้นวัตกรรมในการจัดการเรียนการ
สอนของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ : การศาสนา.
กานดา พูนลาภทวี; และวรรณ์ดี แสงประทีปทอง. (2555). การทำวิจัยทางการศึกษาพิเศษของครูในโครงการ
โรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการศึกษาพิเศษ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10
มกราคม 2559, จาก<http://www.onec.go.th/doc_onec/46039/46039.pdf>
ครุรักษ์ ภิรมย์รักษ์. (2554). เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ. พิมพ์ครั้งที่ 4. ฉะเชิงเทรา : งาม
ช่าง.
ทวีศักดิ์ ไชยมาโย (2557). การพัฒนาชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาสมรรถภาพการสอนทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ของครูแกนนำปฏิรูปการเรียนรู้ กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (วิทยาศาสตร์).
นครพนม : เอกสาร ศน.ที่ 8/2555 หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัด
นครพนม.
ทรัสตี สุขโต. (2559). ประสิทธิผลการพัฒนารูปแบบการทำวิจัยทางการศึกษาพิเศษของครู โรงเรียนวัดอรวดี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2559 จาก
<http://www.thaied-research.net/db_ ystem/mydocs/R0003.doc>
ทัศนา แสวงศักดิ์. (2553). การวิจัยทางการศึกษาพิเศษ. วารสารวิชาการ. 3(85) : 72-77.
บุญชม ศรีสะอาด. (2551). การพัฒนาการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก.
________. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
________. (2556). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
Carter, James Albert. (1998). “The systematic development of a video-based self-Instructional
interview Training package.” Dissertation Abstracts International. 58 May : 6229-B.
Foshay, A. W. (1998). Action Research in the Nineties. The Educational Forum. (Winter). pp.:108-
112. Webpage : http/ednet2.car.chula.ac.th.(August 2 ,1999).
Hass, C. Glen, (1947). “In-service Education Today.” In-Service Education. Fiffy-Sixty
Yearbook of the National Society for the Study of Education. Pp. 13-34, Chicago : the
University of Chicago Press.
Johnson, C.S.; & Kromann-Kelly,L. (1995). Using Action Research to Assess Instruction. Readign
Horizons. Vol’ 35(3) : 199-208. Webpage : http;//ednet2.car. Chula ac.th (August 2, 1999).
Krepps Karen A. (1986). “The effects of an experimental computer training program on Effective
job Responses for employees converting to an automated operation (Organizational
Behavior, Attitude, Operations research).” Dissertation Abstracts International. 47:1293-A.
Kyate, G.C. (1960). How to Supervise. Boston : Houghton Mifflin Co.
Langstaff, Anne Louise. (1972). ”Development and Evaluation of an Auto Instruction Media
Package of Teacher Education.” Dissertation Abstracts International. 33 October:1566-A.