สมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

สุชาติ บุญมี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักพรหมวิหารธรรมกับสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 4) เพื่อศึกษาแนวทางการนำหลักพรหมวิหารธรรมไปใช้เพื่อการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Methods) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนในเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Taro Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% จำนวนตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 386 ตัวอย่าง


ผลการวิจัยพบว่า




  1. ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน ด้านการยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม การทำงานเป็นทีม ส่วนค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ การบริการเป็นเลิศ พบว่า กองช่างเทศบาลตำบลบ้านกลางมีความสามารถในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจากปัญหาที่พบคือ เทศบาลตำบลบ้านกลางมีเครื่องจักรและบุคลากรที่ใช้ในการให้บริการประชาชนไม่เพียงพอ ดังนั้น ควรจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการจัดซื้อหรือบำรุงรักษาเครื่องจักรให้พร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ และควรจัดสรรงบประมาณสำหรับการเพิ่มบุคลากรให้เพียงพอต่อภาระงาน




  2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ พบว่า เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง โดยภาพรวม จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01




  3. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักพรหมวิหารธรรมกับสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พบว่า หลักพรหมวิหารธรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสมรรถนะการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยพบว่า หลักพรหมวิหารธรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมาก (R = .943**)




  4. แนวทางการนำหลักพรหมวิหารธรรมไปใช้เพื่อการบริหารงานกองช่างของเทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พบว่า ด้านเมตตา ควรให้ความสนใจในความเดือดร้อนของประชาชน และฝึกให้เป็นผู้ที่มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ด้านกรุณา ควรแสดงออกถึงความสงสารต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและควรให้การช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ด้านมุทิตา ควรส่งเสริมกิจกรรมมุทิตาจิตแก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้ชุมชนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นได้ประพฤติปฏิบัติตาม และด้านอุเบกขา เทศบาลตำบลบ้านกลางควรวางใจเป็นกลางและบริหารงานด้วยความโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง และควรใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างประหยัด



##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

เทศบาลตำบลบ้านกลาง. ข้อมูลพื้นฐานตำบล. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.banklanglp.go.th/index.php/2012-06-22-15-40-22 [10 พฤษภาคม 2559].

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.

สมคิด บางโม. องค์การและการจัดการ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: บริษัทวิทยพัฒน์ จำกัด, 2547.