การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

อุเทน สิทธิกิจ

บทคัดย่อ

วิจัยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท 4 กับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 4) เพื่อศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 398 คน จากการสุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มแบบง่าย และเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์


ผลการวิจัยพบว่า


ระดับความคิดเห็นของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมโดยมีชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความคิดเห็นของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมโดยมีชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก


ระดับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับระดับการป้องกันอาชญากรรมตามหลักธรรมอิทธิบาท 4 ของข้าราชการตำรวจอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการป้องกันอาชญากรรมตามหลักธรรมอิทธิบาท 4 ของข้าราชการตำรวจ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก


ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์ความแตกต่างตามการจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ ระดับการศึกษา อาชีพ อายุ รายได้ พบว่า ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ไม่แตกต่างกัน จึงไม่ยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ในส่วนของอายุ พบว่า แตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้


ผลการศึกษาปัญหา อุปสรรคเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้คือ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย คือ มีการเลือกปฏิบัติ คนจนไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร ด้านตำรวจชุมชนสัมพันธ์ คือ การเข้าถึงประชาชนยังเข้าถึงประชาชนไม่ได้ทุกกลุ่มวัย ด้านตำรวจผู้รับใช้ชุมชน คือ ขาดการสร้างการมีส่วนร่วม ด้านการควบคุมอาชญากรรมโดยสภาพแวดล้อม คือ มีการเลือกปฏิบัติ คนจนไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร ด้านทฤษฎีหน้าต่างแตก ไม่มีความคิดเห็น


ผลการสัมภาษณ์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า การบังคับใช้กฎหมายตามหลักธรรมอิทธิบาท 4 นั้น ต้องดำเนินการอย่างเสมอภาค ด้านตำรวจชุมชนสัมพันธ์ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาใจใส่กับชุมชนจนเกิดความคุ้นเคยกันก็จะได้รับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ด้านตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ผู้บังคับบัญชาต้องให้ความสำคัญกับการรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน ด้านการควบคุมอาชญากรรมโดยสภาพแวดล้อม การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้การป้องกันอาชญากรรม ด้านการควบคุมอาชญากรรมโดยสภาพแวดล้อมประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ด้านทฤษฎีหน้าต่างแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจควรหมั่นออกตรวจพื้นที่

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

วุฒิศักดิ์ ศรีพิสุทธิ์. “ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ: ศึกษาเฉพาะกรณีเจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 กองบัญชาการตำรวจนครบาล”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2544.

สำนักงานทะเบียนอำเภอจอมทอง. ระบบทางการทะเบียน. (อัดสำเนา), 2558.