การบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต ๑

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ธนาคาร ดวงแก้ว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักพรหมวิหารธรรม กับการบริหารงาน ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 4) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาของการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 การศึกษาวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ จากแบบสอบถาม ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยกำหนดหาขนาดกลุ่มตัวอย่าง จากการเปิดตารางสำเร็จรูปของเครซี่และมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 278 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ในส่วนของคำถามปลายเปิดที่แสดงถึงแนวทางในการพัฒนาในด้านการบริหาร ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มตามประเด็นที่กำหนดไว้ในแบบสอบถามปลายเปิด จากนั้นจะทำการวิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่ และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มข้อมูลสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า




  1. ประชากรกลุ่มตัวอย่างในหมู่บ้านบ่อคาวที่เป็นผู้แทนครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 58.3 มีอายุระหว่าง 61 ปีขึ้นไป มีจำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 37.5 มีวุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษา มีจำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 62.5 มีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีจำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 54.2 และมีรายได้น้อยกว่า 5,000 บาท/เดือน มีจำนวน 38 คน




  2. ผลการเปรียบเทียบระดับการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 การทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์ความแตกต่างตามการจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ สถานภาพ อายุ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งในการปฏิบัติงาน เงินเดือน และระยะเวลาในการปฏิบัติงาน พบว่า ในค่าเฉลี่ยรวมด้านเพศ สถานภาพ อายุ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งในการปฏิบัติงาน เงินเดือน และระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้




  3. ผลการศึกษาการประยุกต์หลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งผู้บริหารในสถานศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 มีการประยุกต์หลักพรหมวิหารธรรม ด้านเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรัก ความเมตตา ความสงสาร ในการที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ยังมีความชื่นบาน พลอยยินดีที่เห็นผู้อื่นก้าวหน้าในหน้าที่การงานและยังมีความเป็นกลาง ยุติธรรม มีการตัดสินใจด้วยปัญญา อย่างมีเหตุผล และเป็นธรรม อีกทั้งยังซื่อสัตย์สุจริตไม่ใช้ความโลภแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน มีการเอาใจใส่ต่องานในหน้าที่ มีการปรับปรุงการทำงานอยู่เสมอ มีความมุ่งมั่นขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ มีความเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่




  4. แนวการในการพัฒนาของการบริหารงานตามหลักพรหมวิหารธรรม ของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูนเขต 1 พบว่า ด้านเมตตา ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีความรัก ความเมตตา ในการสนับสนุนบุคลากรทุกคนให้มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานและเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ด้านกรุณา ผู้บริหารโรงเรียนควรมีการจัดกิจกรรมการนิเทศศึกษาภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สถานศึกษาได้มาตรฐานในการเรียนการสอน ผู้บริหารโรงเรียนต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดีและให้คำแนะนำแก่บุคลากรเมื่อมีปัญหา ด้านมุทิตา ผู้บริหารโรงเรียนควรมีการส่งเสริมให้บุคลากรเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานของบุคลากรทางการศึกษา มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้านอุเบกขา ผู้บริหารโรงเรียนควรมีการพิจารณาความดี ความชอบของบุคลากรในสถานศึกษาอย่างยุติธรรม การแสดงออกถึงการวางใจเป็นกลาง มีเหตุผล ถูกต้องและเที่ยงธรรม




  5. ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ด้านเมตตา การจัดการเรียนการสอนนั้นต้องมีความเมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข ความสุขเกิดขึ้นได้ทั้งทางกายและทางใจ อันจะส่งผลดีต่อการเรียนการสอนและในการจัดกิจกรรมที่มีประสิทธิ์ภาพและเกิดประสิทธิผล ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ด้านกรุณา ผู้บริหารและบุคลากรควรมีความสามัคคีกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่เกิดปัญหาในโรงเรียนหรือปัญหาส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอน การจัดกิจกรรม เพื่อแก้ปัญหาและทางออกได้อย่างเหมาะสม ในด้านงบประมาณมีการตัดสินใจด้วยปัญญา มีเหตุผล ถูกต้องและเที่ยงธรรม ด้านมุทิตา ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาควรแสดงออกถึงความชื่นบาน ความพลอยยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี เป็นความคิดรู้สึกเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือนักเรียน ได้รับรางวัล โดยไม่คิดอิจฉาริษยา ด้านอุเบกขา ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาควรมีใจต้องอยู่ความเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมกันนั้นเมื่อตัดสินใจเรื่องใดๆ แล้ว ควรพิจารณา ไตร่ตรอง งานที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้องและมีความเป็นธรรม แล้วต้องกล้าคิด กล้าทำ มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบและมีความเป็นผู้นำในการตัดสินใจ คิดเป็นร้อยละ 52.8



##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

ธีระ รุญเจริญ. สภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ขอนแก่น : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2446.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ข้อมูลบุคลากร (ข้าราชการและลูกจ้าง) ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558.

หนังสือข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1 ประจำปี 2559.