การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงพุทธของเทศบาลตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ณภัทร สาวะจันทร์

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงพุทธของเทศบาลตำบลศรีบัวบาน
อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน”การศึกษาวิจัยเรื่อง การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงพุทธของเทศบาล
ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ผู้วิจัยได้ใช้การวิจัยแบบผสม (Mixed Methods) โดยใช้
ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการแจก
แบบสอบถาม (Questionnaire) กับกลุ่มประชากรที่ได้กำหนดไว้และการวิจัยเชิงคุณภาพ
(Qualitative Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์
ผลการวิจัยพบว่า 1.ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเทศบาลตำบล
ศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 3.58, S.D. = 0.591) 2.เพื่อ
เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเทศบาลตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง
จังหวัดลำพูน ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเทศบาลตำบล
ศรีบัวบานพบว่า โดยภาพรวมจำแนกตามเพศพบว่าไม่แตกต่างกัน (t = 0.062, Sig.= 0.951) จำแนก
ตามอายุพบว่าไม่แตกต่างกัน (F=0.895, Sig.=0.466) จำแนกตามการศึกษาพบว่าไม่แตกต่างกัน
(F=2.389, Sig.=0.069) จำแนกตามสถานภาพพบว่าไม่แตกต่างกัน (F=1.460, Sig.=0.214) จำแนก
ตามอาชีพพบว่าไม่แตกต่างกัน (F=1.004, Sig.=0.406) จำแนกตามรายได้ พบว่า ไม่แตกต่างกัน (F=
2.206, Sig.=0.087) ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานการวิจัย 3.เพื่อเสนอแนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรม
องค์กรเชิงพุทธของเทศบาลตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูนดังนี้ ด้านการยึดมั่นใน
คุณธรรมและจริยธรรมคือการที่ผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการมีจิตสำนึกที่ดีซื่อสัตย์สุจริตและ
รับผิดชอบคือการปลูกฝังความซื่อสัตย์รับผิดชอบให้กับบุคลากร ด้านการยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็น
ธรรมและถูกกฎหมายคือการสร้างข้อตกลงร่วมการปฏิบัติหน้าที่ในองค์กร ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของ
งานรักษามาตรฐานมีคุณภาพโปร่งใสและตรวจสอบได้คือการเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน
การปฏิบัติงานของเทศบาล ด้านการยึดในหลักจรรยาบรรณวิชาชีพขององค์กรคือการให้ความสำคัญ
ต่อการให้บริการประชาชน การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงพุทธ
ประกอบด้วย ทานคือการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปิยวาจาคือการใช้คำพูดที่สุภาพอย่าง
เหมาะสม อัตถจริยาคือการช่วยเหลือกันเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม สมานัตตตาคือการสร้างประโยชน์
ให้ส่วนรวมอยู่อย่างต่อเนื่อง

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

พระมหาธีรพันธ์ ธีรกิตติ, อัญชลี จตุรานน, พุทธศาสนากับการบริหารความหมายของคำว่าการ

บริหาร, เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่, 2555.

กรรณิการ์ โพธิ์ลังกา, “การศึกษาลักษณะส่วนบุคคลวัฒนธรรมองค์กรลักษณะสร้างสรรค์และ

สภาพแวดล้อมภายในองค์กรที่มีผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของพนักงานระดับ

ปฏิบัติการในย่านธุรกิจอโศก กรุงเทพมหานคร”, สารนิพนธ์บริหารธุรกิจ, มหาบัณฑิต,

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 2555.

รัตนาภรณ์ ฤทธิรงค์“วัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษาสตูล”, งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา, ครุศาสตรม

หาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 2557.

เบญจมาภรณ์ เครือสุวรรณ , “วัฒนธรรมองค์การของโรงเรียนกับคุณภาพชีวิตในการ ท างานของครู

สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1”, วิทยานิพนธ์ปริญญา

มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2558.

พระสุนทร ธมฺมวโร (บุญคง), การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 ในชุมชนวัดหนองสนม จังหวัดระยอง,

วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา), บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหา

จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2560.