การบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ธนวรรณ กึกก้อง
ดำเนิน หมายดี
พระครูสังฆรักษ์บุญเสริม กิตติวณฺโณ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ การศึกษาวิจัยเรื่อง การบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ ๑) เพื่อศึกษาการบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ ๒) เปรียบเทียบความคิดเห็นการบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ โดยจำแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล ๓) เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อการบริหารงานบุคคลโดยการใช้หลักสัปปุริสธรรม ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ ๔) เพื่อศึกษาแนวทางในการบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่


การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยใช้ระเบียบวิธีเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ลูกจ้าง จำนวน ๓๘๑ คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้สูตรคำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่างของทาโร่ ยามาเน่ (Taro, Yamane) จำนวนตัวอย่างที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน ๑๙๕ คน เก็บข้อมูลใช้แบบสอบถาม และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการอธิบายลักษณะข้อมูลทั่วไป และทำการทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่า (t-test) และค่าเอฟ (F-test) ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way ANOVA) เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจึงทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธีการหาผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยจะทำการจัดกลุ่มข้อมูลตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ด้วยวิธีพรรณาเป็นความเรียง


ผลการวิจัย พบว่า


๑. การบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X = ๓.๙๖, S.D. = ๐.๗๔๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย พบว่า ด้านปริสัญญู อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านอัตถัญญู ด้านอัตตัญญู ด้านปุคคลัญญู ด้านธัมมัญญู ด้านมัตตัญญู และด้านกาลัญญู ตามลำดับ


๒. การเปรียบเทียบระดับการบริหารงานตามหลักตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ ด้วยการทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์ความแตกต่างตามการจำแนกปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้รวมต่อเดือน และประสบการณ์การทำงาน ด้านเพศ ระดับการศึกษา รายได้รวมต่อเดือน ประสบการณ์การทำงาน ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนด้านอายุ แตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้


๓. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ คือ การบริหารงานไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และแผนการดำเนินงาน ควรจัดให้มีการประชุมวางแผนร่วมกันเพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ในการทำงานบุคลากรทำงานได้ไม่ทันตามกำหนดระยะเวลาของแผน และขาดแรงจูงใจในการทำงาน ควรกำหนดระยะเวลาของแผนงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงาน ควรมีการสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้บุคลากร มีการประสานงานกับองค์กรที่มีความเชื่อมโยงกันกับองค์กรเพื่อประโยชน์ขององค์กร และในด้านบุคลากรมีความรู้ความสามารถไม่ตรงกับตำแหน่งที่บรรจุแต่งตั้ง ในการสรรหาบุคลากรเข้าทำงานควรมีการทดสอบความรู้ความสามารถในการทำงาน เพื่อที่จะได้คนที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้านมาปฏิบัติงานเพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กร


๔. แนวทางในการบริหารงานตามหลักสัปปุริสธรรม ๗ ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลสำคัญส่วนใหญ่เน้นในเรื่องการนำหลักการในการบริหารงานในองค์กร รวมถึงหลักเกณฑ์ ระเบียบในการบริหารมาใช้ในการดำเนินการตามแผนนโยบายการจัดการบริหารที่ได้วางไว้ มุ่งมั่นการทำงานเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่จุดหมายและเป้าหมายที่วางไว้ ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นและกับทุกคนในองค์กรด้วยความเป็นมิตร ควรมีการบริหารงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ขององค์กร ควรมีการบริหารงานตามกรอบระยะเวลาให้เหมาะสมและตามกำหนด ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ระเบียบ ถูกต้องตามกระบวนการ ในด้านการรู้จักชุมชน องค์กรสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลากรผู้ปฏิบัติงานและกับหน่วยงานภายนอก ให้ความสำคัญกับบุคลากรผู้ปฏิบัติงานและเปิดโอกาสให้บุคคลากรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีการบริหารงานที่ดีขึ้น ส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาทักษะเฉพาะด้านที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีการนำเอาหลักธรรมมาประยุกต์ใช้กับองค์กรเพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและบุคลากร

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

เกรียงศักดิ์ เขียวยิ่ง. การบริหารรัฐกิจ. ขอนแก่น : หจก.ขอนแก่นการพิมพ์.

ข้อมูลจาก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๓ สาขาแพร่ กรมป่าไม้.

นิตย์ สัมมาพันธ์. การบริหารเชิงพุทธ. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์, ๒๕๒๙.

วิโรจน์ สารรัตน์. การบริหารหลักการทฤษฎีและประเด็นทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ทิพย์วิสุทธิ, ๒๕๔๒.

ศุภชัย ยาวะประภาษ. การบริหารงานบุคคลภาครัฐไทยกระแสใหม่และสิ่งท้าทาย. กรุงเทพมหานคร : บริษัทจุดทองจำกัด, ๒๕๕๘.

อุทัย หิรัญโต. หลักการบริหารงานบุคคล. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์, ๒๕๕๑.