รูปแบบการบริหารการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารการศึกษา
ของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่ (2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหาร
การศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่ และ (3) เพื่อนำเสนอ
รูปแบบการบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ใน
จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ทั้งเชิงปริมาณ
(Quantitative Research) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Study) กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ได้แก่ กลุ่มผู้บริหาร จำนวน 11 รูป ครู จำนวน 61 รูป/คน และนักเรียน จำนวน 225 รูป ของ
โรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ (1) โรงเรียน
สามัคคีวิทยาทาน (2) โรงเรียนเชตุพนศึกษา (3) โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มจร. และ (4) โรงเรียน
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ผลการวิจัยพบว่า
รูปแบบการบริหารการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในจังหวัด
เชียงใหม่ พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพมาตรฐานการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมในจังหวัด
เชียงใหม่ มีค่าเฉลี่ยรวม อยู่ในระดับมาก (x̅= 3.74) โดยปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเรียงตามลำดับ คือ
ปัจจัยด้านภาวะผู้นำอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.98) ปัจจัยด้านการประกันคุณภาพภายใน (x̅= 3.95)
ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.91) ปัจจัยด้านคุณภาพของครูอยู่ในระดับ
มาก (x̅= 3.78) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.71) ปัจจัยด้านทุนและวัสดุอุปกรณ์
อยู่ในระดับมาก (x̅= 3.67) ปัจจัยด้านคุณภาพของสื่อ อยู่ในระดับมาก (x̅= 3.58) ปัจจัยด้าน
คุณลักษณะของนักเรียน อยู่ในระดับมาก (x̅= 3.56)
การสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบ
การบริหารการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า
รูปแบบการบริหารการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ควรประกอบด้วย รูปแบบจำนวน 8 ตัวแปร
ดังนี้ 1) ผู้บริหารมืออาชีพ 2) การมีวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ร่วมกัน 3) มีความคาดหวังต่อนักเรียน
สูง 4) เน้นการเรียนการสอน 5) การสอนอย่างมีวัตถุประสงค์ 6) สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 7)
การประกันคุณภาพ การตรวจสอบได้และความน่าเชื่อถือ 8) องค์กรแห่งการเรียนรู้หลังจากนั้น ผู้วิจัย
ได้ทำการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแปร เรียงตามลำดับมากไปหาน้อย พบว่า (1)
องค์ประกอบด้านผู้บริหารมืออาชีพ (Professional Leadership) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (x̅= 3.93)
(2) องค์ประกอบด้านความคาดหวังต่อนักเรียนสูง (High expectation of all learners) มีค่าเฉลี่ยใน
ระดับมาก (x̅= 3.92) (3) องค์ประกอบด้านการมีวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ร่วมกัน (Share vision
and goals) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (x̅= 3.85) (4) องค์ประกอบด้านการเน้นการเรียนการสอน
(Focus on teaching and learning) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (x̅= 3.83) (5) องค์ประกอบด้าน
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Stimulating and secure learning environment) มีค่าเฉลี่ย
ในระดับมาก (x̅= 3.71) (6) องค์ประกอบด้านการประกันคุณภาพ การตรวจสอบได้และความ
น่าเชื่อถือ (Accountability) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (x̅= 3.71) (7) องค์ประกอบด้านการสอนที่มี
วัตถุประสงค์ (Purposeful teaching) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (x̅= 3.57) และ (8) องค์ประกอบด้าน
องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Communities) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก (x̅= 3.56)
ผลการประชุมกลุ่มสัมมนาเพื่อนำเสนอรูปแบบการบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพของ
โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ตามข้อเสนอแนะของผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน
ผู้วิจัยใช้วิธีการสังเคราะห์เนื้อหาได้รูปแบบ 7 ประการ ได้แก่ (1) ด้านภาวะผู้น า (2) ในด้านการมีส่วน
ร่วมของชุมชน (3) ในด้านคุณภาพของครู(4) ในด้านคุณลักษณะของนักเรียน (5) ในด้านคุณภาพสื่อ
(6) ในด้านสภาพแวดล้อม และ (7) ในด้านประกันคุณภาพภายใน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กรมสามัญศึกษา. (2542). พระราชบัญญัติศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการวิเคราะห์สาระสำคัญ.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาพลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). เส้นทางสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาไทย : แนวการ
ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2554). การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 13
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เก็จกนก เอื้อวงศ์. (2547). การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งเสริมและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการ
ในระบบประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎี
บัณฑิตภาควิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2543). ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนส าคัญที่สุด. กรุงเทพมหานคร: คุรุ
สภาลาดพร้าว.
ชุติมา สัจจานันท์. (2549). รูปแบบ ยุทธศาสตร์ และแนวทางการบูรณาการการศาสนากับการศึกษา
ของวัดในพระพุทธศาสนา : กรณีการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย. กรุงเทพมหานคร :
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ.
ทองทิพย์ วิริยะพันธุ์. (2550). มนุษย์สัมพันธ์กับการบริหาร. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ บริษัท
สหธรรมิก.
ทิศนา แขมมณี และคณะ. (2545). ศาสตรการสอน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
พิชชาวริน ชนะคุ้ม และวรพิทย์ มีมาก. (2554). “การประเมินผลการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม
แผนสามัญศึกษา ในกรุงเทพมหานคร”. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลย
อลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์5, 2 (พ.ค.-ส.ค. 2554) 105-114.
พิมพ์อร สดเอี่ยม. (2547). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการบริหารวิชาการของสาขาวิชาในระดับ
บัณฑิตศึกษาของสถาบันราชภัฏ. ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร
การศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ไพรัช อรรถกามานนท์ และมัทนา โชควรวัฒนกร. (2552). การส่งเสริมชุมชนและท้องถิ่นในการปฏิรูป
การศึกษา. นครราชสีมา : มหาวิทยาลัยวงชวลิตกุล.
ไพศาล สุวรรณน้อย. (2552). การพัฒนางานวิชาการด้วยหลักการบูรณาการในโรงเรียนขนาดเล็ก :
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิต
วิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มานะ สินธุวงษานนท์. (2550). “ปัจจัยส่งเสริมการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพนักเรียนในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ”. วารสารศึกษาศาสตร์. พฤศจิกายน 2550; 18 (2).
วิชิต นันทสุวรรณ. (2541). รายงานการศึกษาวิจัย ประกอบการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.... ประเด็นบทบาทของชุมชนกับการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาแห่งชาติ.
สมชาย เทพแสง. (2547). “E-Leadership: ผู้น าการศึกษาในยุคดิจิตอล”. วารสารวิชาการ. 7(1): 55-
52.
สมศักดิ์ สินธุรเวชญ์. (2542) “การประกันคุณภาพการศึกษา”. ใน วารสารวิชาการ, 1 (4), 2542,
30–36.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2545). วิธีวิทยาการประเมินทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
สมาน พงษ์จำนง. (2547). การศึกษาคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพตามทัศนะของ
ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิต
วิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา.
สิทธิกร อ้วนศิริ. (2555). “การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการประเมินคุณภาพ
ภายนอกของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา”. วารสารการวัดผลการศึกษา.
17(1), 63.
สุพัตรา ทรัพย์เสถียร. (2547). การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของประสิทธิผลในการประกันคุณภาพ
ภายในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน : การประยุกต์ใช้โมเดลสมการโครงสร้างกลุ่ม
พหุ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. ภาควิชาวิจัยการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
สุรางค์ โคว้ตระกูล. (2544). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). คู่มือการบริหารจัดการ
ระบบคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). แนวทางการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ TQA.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำราญ คุ้มกลิ่นวงษ์. (2548). การศึกษาปัญหาความต้องการ และการใช้เทคโนโลยีการศึกษา ของ
อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ความเป็นเลิศทางการ
สอน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
อรนุช โขพิมพ์. (2556). “ภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม
แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น”. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น. 1(2) :25-
35.
Covey, S.R. (2003). First Thing First : สำคัญกว่าทำก่อน. อมรรัตน์ ศรีสุรินทร แปลและเรียง
เรียง). กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
original work published in Franklin Covey Company in 1994.
Hoy, W. K. & Miskel, C. G.. (2 0 0 5). Education Administration Theory. Researchand
Practice. Theory, Research and Pratice. (3rd, ed.). New York: McGraw-Hill.
O’Keefe Edward J. and Berger Donna S. (1999). Self-Management for College Student.
New York: Partridge Hill Publishers.