การศึกษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

สิรินภา ทาระนัด
กมลทิพย์ คำใจ

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง สมรรถนะหลักและปัจจัยจูงใจที่คาดว่าจะ ก่อให้เกิดให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในรวบรมข้อมูล ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 156 ราย สถิติที่ใช้ในการศึกษา คือ สถิติ เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ประกอบด้วย การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการทดสอบสมมติฐานใช้การวิเคราะห์การ ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ในการหาความสัมพันธ์)


ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 36 40 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีอายุการทำงานตั้งแต่ มีอายุการท 6-10 ปี มีรายได้ต่อเดือน 20,001 - 25,000 บาทสังกัดสำนัก ปลัด ตำแหน่งงานสายงานวิชาการ มีระดับความคิดเห็นด้านสมรรถนะหลัก มากที่สุด คือ ด้านการทำงานเป็นทีม ( X = 4.21, SD = 0.46) มีระดับความคิดเห็นด้านปัจจัยจูงใจมากที่สุด คือ ด้านความสำเร็จในการทำงาน( X =3.74, SD = 0.39) มีระดับความคิดเห็นด้านประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มากที่สุด คือ ด้านความรวดเร็ว (X=3.98, SD = 0.41)


ปัจจัยความสัมพันธ์ภายในที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สูงที่สุดต่อ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (Y) นั้น เป็นความสัมพันธ์ของตัวแปรด้านความรับผิดชอบ (X10) เท่ากับ .448 เมื่อวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ โดยวิธี Stepwise พบว่าปัจจัย ด้านความรับผิดชอบ ด้านการบริการที่เป็นเลิศ ด้านการยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และด้านมุ่งผลสัมฤทธิ์ ส่งผลทางบวกต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีค่า B เท่ากับ 0.254, 0.215, 0.190, 0.185, 0.171 ตามลำดับ ซึ่งตัวแปรพยากรณ์ทั้งห้า สามารถพยากรณ์ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัด เชียงใหม่ ได้ร้อยละ 40.0 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

1. ภาษาไทย

จิริสุดา บัวผัน. (2557). “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติงานตามสมรรถนะหลักของทันตแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน เขตสาธารณสุขที่ 12.” (ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารสาธารณสุข). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

รัตน์ชนก จันยัง. (2556). “ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรไม่แสวงผลกำไร” (ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ศุภมิตร พินิจการ. (2552). “ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะหลักกับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีกรม สรรพสามิต” (วิทยานิพนธ์ บช.ม.). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัย มหาสารคาม.

ศศิธร จิมากรณ์. (2556). “สมรรถนะหลักกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเลขานุการสำนักงานศาลยุติธรรม” (ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะศิลปะศาสตร์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกริก.

สุดารัตน์ กิมศิริ. (2551). “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัตงานของบุคลากรกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์”. (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). อุตรดิตถ์: มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุตรดิตถ์.

สุภาภรณ์ ประทุมชัน.(2557). “ความสัมพันธ์ระหว่างการมุ่งเน้นสมรรถนะหลักกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของพนักงานปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” (ปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต คณะ บริหารธุรกิจ). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

อัญชลี จอมคำสิงห์. (2553). “ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรกองการเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย” (รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

อุไรวรรณ เอื้อวิบูลย์โชค. (2552). “การปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งของไทย ตามหลักการ กระจายอํานาจ”. (วิทยานิพนธ์). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยปทุมธานี.

2. ภาษาอังกฤษ

Herzberg.F.M.,and Synderman. B. (1957).The motivation to work. New York: McGraw-Hill Book.,

D.C. McClelland. (1973). Test for Competence, rather than intelligence. American Prychologists.