ศึกษาความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ของผู้ปฏิบัติธรรมชาวต่างชาติ
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
งานวิจัยหัวข้อ “ศึกษาความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติ
ปัฏฐาน ๔ ของผู้ปฏิบัติธรรมชาวต่างชาติ” มีวัตถุประสงค์คือ (๑) เพื่อศึกษาการปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท (๒) เพื่อศึกษาการปฏิบัติวิปัสสนา
กรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ของสำนักปฏิบัติธรรมนานาชาติ วัดเปิง (ตโปทาราม) และ (๓)
เพื่อศึกษาความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ของผู้ปฏิบัติ
ธรรมชาวต่างชาติ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยมีทั้งการวิจัยเอกสารและการวิจัย
ภาคสนาม ใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม ๒ ประเภทคือ การสัมภาษณ์ และ การ
สังเกตแบบมีส่วนร่วม
ผลการวิจัยสรุปได้ว่าวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ คือ หนทางปฏิบัติเพื่อการ
ชำระจิตให้บริสุทธิ์หนทางหนึ่งในพระพุทธศาสนา เป็นหนทางที่มุ่งเน้นการเกิดปัญญารู้แจ้งเห็นสภาวะ
ต่างๆตามความเป็นจริง โดยการตั้งสติกำหนดพิจารณาเห็นสิ่งทั้งหลายให้รู้เห็นเท่าทันตามความเป็น
จริง แบ่งเป็น ๔ หมวดคือ (๑) กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน (การตามระลึกรู้กาย) มี 5 หมวดย่อยคือ
หมวดอานาปานะ หมวดอิริยาบถ หมวดสัมปชัญญะ หมวดมนสิการธาตุ และหมวดนวสิว กะ (๒)
เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน (การตามระลึกรู้เวทนา) (๓) จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน (การตามระลึกรู้
จิต) และ (๔) ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน (การตามระลึกรู้ธรรม) มี ๕ หมวดย่อยคือ หมวดนิวรณ์
หมวดขันธ์ หมวดอายตนะ หมวดโพชฌงค์ และหมวดสัจจะ ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติ
ปัฏฐาน ๔ จะได้รับประโยชน์ในปัจจุบันคือ ร่างกายและจิตใจแข็งแรงมากขึ้น ประโยชน์ภายภาคหน้า คือ อ การไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้น และประโยชน์สูงสุดคือ การเข้าถึงพระนิพพานอันเป็นภาวะหลุดพ้นจากกอง
ทุกข์ทั้งปวง
วัดเปิง (ตโปทาราม) มีการอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔
ให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรมชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องกันตลอดปี โดยยึดคำสอนจากพระไตรปิฎก
เป็นหลัก และปฏิบัติในแนวทางการกำหนดพองหนอ - ยุบหนอ มีระเบียบการเข้าปฏิบัติและวิธีการ
ฝึกอบรมสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติเหมือนกันทุกประการ ผู้ปฏิบัติทุกท่านจะเริ่มฝึกจากการ
กราบสติปัฏฐาน คือการกำหนดรู้อย่างละเอียดในการกราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้ง จากนั้นจึงเดินจงกรม
คือการกำหนดรู้ในอาการก้าวเดินอย่างละเอียด แบ่งเป็น 5 ระยะ โดยเริ่มจากการเดินจงกรม ๑ ระยะ
คือ การกำหนด “ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ”สลับกับการนั่งสมาธิกำหนดอาการ “พองหนอ ยุบ
หนอ” นอกจากนี้ยังให้กำหนดอิริยาบถย่อยในช่วงระหว่างวันและกำหนดรู้อาการต่างๆที่เกิดขึ้นทั้ง
ทางกายและทางใจอย่างต่อเนื่อง โดยพระวิปัสสนาจารย์จะเป็นผู้พิจารณาเพิ่มลำดับขั้นในการปฏิบัติ
ให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรมแต่ละท่านเป็นรายบุคคลในช่วงสอบอารมณ์ เพื่อพัฒนากำลังสติให้แก่กล้ามากขึ้น
สามารถเห็นสภาวะต่างๆตามความเป็นจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดปัญญาเห็นพระไตรลักษณ์ใน
ที่สุด
ผู้ปฏิบัติธรรมชาวต่างชาติมีความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตาม
แนวสติปัฏฐาน ๔ ในระดับดี คือมีคะแนนเฉลี่ยเรื่องความรู้และความเข้าใจในวิธีการปฏิบัติ ร้อยละ
๗๔ ของคะแนนเต็ม และมีคะแนนเฉลี่ยเรื่องความรู้และความเข้าใจในประโยชน์ของการปฏิบัติ ร้อย
ละ ๗๑ ของคะแนนเต็ม คำถามที่กลุ่มตัวอย่างมีความรู้และความเข้าใจมากคือคำถามเกี่ยวกับวิธีการ
ปฏิบัติ ประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในภายภาคหน้าของการปฏิบัติ ส่วนคำถามที่กลุ่มตัวอย่าง
มีความรู้และความเข้าใจน้อย คือคำถามเกี่ยวกับคำนิยามของการปฏิบัติในแต่ละรูปแบบ และ
ประโยชน์สูงสุดของการปฏิบัติ พบว่าผลการประเมินความรู้และความเข้าใจของกลุ่มตัวอย่างจากการ
สัมภาษณ์ สอดคล้องกับผลบันทึกจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วมซึ่งแสดงผลว่ากลุ่มตัวอย่างมีความ
ตั้งใจในการปฏิบัติ เคารพกฎระเบียบของทางวัด และปฏิบัติได้ถูกต้องตรงตามที่ได้รับการอบรมมา
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙
กองงานเลขานุการ วัดเปิง (ตโปทาราม). สำนักวิปัสสนากรรมฐานประจำจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่
๒ วัดเปิง (ตโปทาราม). พิมพ์ครั้งที่ 5. เชียงใหม่, ๒๕๕๖.
คณะลูกศิษย์. ทางสายเอก. เชียงใหม่: หจก. โรงพิมพ์ช้างเผือก, ๒๕๕๕.
คณะศิษยานุศิษย์วัดเปิง (ตโปทาราม), สรรพธรรม ๒. พิมพ์ครั้งที่ ๑.เชียงใหม่: สมศักดิ์การพิมพ์,
๒๕๕๖.
สรรพธรรม ๓. พิมพ์ครั้งที่ ๑. เชียงใหม่ : สมศักดิ์การพิมพ์,๒๕๕๖.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์, ศ. เทคนิคการสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัย, พิมพ์ครั้งที่
๗. กรุงเทพมหานคร : ศรีอนันท์การพิมพ์,๒๕๕๓.
พระเทพสิทธาจารย์ (พระอาจารย์ทอง สิริมงคโล). คู่มือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในแนวสติปัฏ
ฐาน ๔. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. เชียงใหม่:คณะศิษยานุศิษย์, ๒๕๕๘.
พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ), คำถาม-คำตอบ เรื่องวิปัสสนากรรมฐาน.พิมพ์ครั้งที่ ๓.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,๒๕๕๘.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ ๔๖.
กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ๒๕๔๖.
พระราชพรหมาจารย์ (พระอาจารย์ทอง สิริมงคโล), คู่มือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในแนวสติปัฏ
ฐาน ๔. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. เชียงใหม่: ๒๕๕๘.
พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ). มหาสติปัฏฐานสูตร ทางสู่พระนิพพาน, แปลโดย พระคันธสา
ราภิวงศ์, พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยรายวันการพิมพ์,boca.
มูลนิธิวิปัสสนา (ทอง สิริมงคโล) วัดพระธาตุศรีจอมทอง, เปิดประตูสู่นิพพาน, เชียงใหม่: หจก. ดา
ราวรรณการพิมพ์, ๒๕๕๕.
พรรณราย รัตนไพฑูรย์ “การศึกษาวิธีการปฏิบัติวิปัสสนากัมฐานตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ศึกษาแนว
การสอนของพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ)” วิทยานิพนธ์พุทธศาตรมหา
บัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,๒๕๔๔.
แม่ชีระวีวรรณ ธมฺมจารินี (ง่านวิสุทธิพันธ์).“การศึกษาสภาวญาณเบื้องต้นของผู้เข้าปฏิบัติวิปัสสนา
ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ณ สำนักวิปัสสนากรรมฐานวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร
วิทยานิพนธ์พุทธศาตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
๒๕๕๑.
อณิวัชร์ เพชรนรรัตน์ “การศึกษาวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตามแนวของ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” วิทยานิพนธ์พุธศาสตรมหาบัณฑิต
บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙.