การพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธบูรณาการของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธบูรณาการของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัด
ลำพูนมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน
2.เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูนและ 3. เพื่อเสนอแนว
ทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธบูรณาการของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูนเป็นการวิจัยเชิง
คุณภาพ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลจากคัมภีร์พระไตรปิฎกเอกสารวิชาการ รายงานการวิจัย
วิทยานิพนธ์ และสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลส าคัญ จำนวน 20 คน เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิง
พรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1.สภาพคุณภาพชีวิตในปัจจุบันของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูนมีอาคารสถานที่ใน
เรือนจำเกือบเต็มพื้นที่ทำให้มีพื้นที่สำหรับผู้ต้องขังพักผ่อน ออกกำลัง และเล่นกีฬามีไม่เพียงพอ
ผู้ต้องขังส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันอย่างปกติการดูแลสุขภาพตนเองสิ่งอำนวยความสะดวกพอเพียง มี
การศึกษาตรงตามความต้องการของผู้ต้องขัง การควบคุมเหมือนมืออาชีพการฝึกวิชาชีพหลากหลาย
ตามความชอบมีเงินรางวัลให้ในรูปแบบเงินปันผล สำหรับผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีมีวันลดโทษและ
พักลงโทษทำให้ได้ปล่อยตัวก่อนกำหนด
2.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน ดำเนินการเป็น 4 ด้าน 1.
ด้านกาย 2. ด้านอารมณ์ 3.ด้านสังคม 4. ด้านปัญญา ตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ มีการจัด
การศึกษาอบรมให้กับผู้ต้องขัง คือ หลักสูตรบังคับทั่วไป หลักสูตรบังคับตามลักษณะแห่งและหลักสูตร
บังคับเลือก
3.แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงพุทธบูรณาการของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน
คือ กายภาวนา เป็นการฝึกอบรมร่างกายรู้จักระมัดระวังรักษาตนไม่ให้ก่อโทษทางกายรู้จักตัวเองให้
เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางกาย การชำระร่างกายให้สะอาด ฝึกอบรมเกี่ยวกับหลักธรรมส่งเสริมให้สุขภาพ
ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ศีลภาวนา เป็นการพัฒนาด้านศีลความประพฤติเรียบร้อยดีงามมีระเบียบวินัย
มีศีลห้าเพื่อป้องกันความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่รวมกันอย่างเกื้อกูลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ การ
ปฏิบัติศีล จิตภาวนา เป็นการฝึกอบจิตใจให้มีความมั่นคงเข้มแข็งมีความเจริญด้วยคุณธรรมทั้งปวงการ
พัฒนาจิตใจโดยการบำบัดฟื้นฟูปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้ต้องขังใช้หลักธรรมในการแก้ปัญหาตัดสินใจใน
การดำเนินชีวิตที่ถูกคุมขังและนำติดตัวไปภายหลังจากการพ้นโทษจะได้ดำรงค์ชีวิตของตนเองได้อย่าง
ต้องถูกต้องตลอดถึงการดูแลครอบครัวปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมและสังคมภายนอกได้ ปัญญาภาวนา
เป็นการฝึกฝนอบรมตน จากการได้ศึกษาเล่าเรียนให้เกิดประโยชน์ต่อตนและผู้อื่นการพัฒนาสติปัญญา
ของผู้ปฏิบัติต้องอาศัยจิตใจที่สมบูรณ์ด้วยสติ ความเพียรพยายามในการก าหนดรู้ความเปลี่ยนแปลง
เกิดปัญญาเท่าทันตามความเป็นจริงและปล่อยวางความยึดมั่นในขันธ์ 5 เป็นที่ตั้งแห่งความทุกข์
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์, (2561) วารสารกรมราชทัณฑ์ ความหมายของการกระทำความรุนแรง. นนทบุรี : กลุ่ม
งานพัฒนาระบบการพัฒนาพฤตินิสัย.
โสภา ชปีลมันน์, (2537) อาชญากรรม : ปัญหาที่ควรแก้ไขสังคมปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : ไทย
วัฒนาพาณิชย์.
พลประสิทธิ์ ฤทธิ์และนคร พจนวรพงษ์. (2527). รวมกฎหมายวิธีพิจารณาความ. กรุงเทพมหานคร :
นครหลวง.
พระเทพวิสุทธิเมธ๊ ปัญญานันทภิขุ. (2560). ความสุขทำอย่างไรจึงจะพบสุข. กรุงเทพมหานคร :
ธรรมสภา.
กรมราชทัณฑ์. (2559). บันทึกประวัติ 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์ราชทัณฑ์
สิรินภา นาคธน,(2550) “การปรับตัวของผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นสอบสวน ที่ต้องโทษ
ครั้งแรกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงธนบุรี”. วิทยานิพนธ์ศิลปะศา
สตรมหาบัณฑิต. การบริหารงานยุติธรรม. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุมนทิพย์ จิตสว่าง และ นัทธี จิตสว่าง. (ก.ค.-ธ.ค. 2559) "การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุใน
เรือนจำ". วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. ปีที่ 24 ฉบับที่ 2, 78-101.
ปรีชญาณ์ นักฟ้อน, (2558) “การดำเนินโยบายการบ าบัดฟฟื้นฟูผู้ต้องขังติดยาเสพติดในเรือนจำของ
ไทย”. รายงานวิจัย. ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สรชา ตันติเวชกุล, (2560)“การใช้โปรแกรมการฝึกอบรมตามแนวภาวนา 4 ต่อการเสริมสร้างสุขภาวะ
ทางปัญญาของนักศึกษาพยาบาล”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระปลัดธัญวัฒน์ อโสโก (รักษ์เพ็ชร). (2563). “การประยุกต์ใช้หลักภาวนา 4 ในการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตของชุมชนบ้านบ่อเกตุ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. ปีที่
7 ฉบับที่ 2 : 35-36.
พระกองสี ญาณธโร พรมโพธิ์. (2560). “ศึกษาวิเคราะห์การดาเนินชีวิตตามหลักภาวนา 4 ใน
พระพุทธศาสนา”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.