การพัฒนาสุขภาวะตามหลักพุทธธรรมของบุคลากรเรือนจำจังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

จักรพงศ์ อัศวเสรีรัตน์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ  1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาวะ
ของบุคลากรของเรือนจำจังหวัดลำพูน 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาสุขภาวะของ
บุคลากรของเรือนจำจังหวัดลำพูนกับหลักภาวนา 4 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาสุขภาวะของ
บุคลากรของเรือนจำจังหวัดลำพูนตามหลักภาวนา 4 การศึกษาวิจัยครั้งนี้  ดำเนินการตามระเบียบ
วิจัยแบบผสม (Mixed  Methods  Research)  โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ 
เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดลำพูน  จำนวน 107 คน  และการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 10 รูปหรือคน ด้วย
การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญและใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท 


ผลการวิจัยพบว่า 


1) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาวะของบุคลากรของเรือนจำจังหวัดลำพูน โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ประสิทธิภาพในมิติของกายภาวนา 
และ ประสิทธิภาพในมิติของปัญญาภาวนา มีระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ประสิทธิภาพในมิติของศีล
ภาวนา และจิตภาวนามีระดับมาก  


2) ความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาสุขภาวะของบุคลากรของเรือนจำจังหวัดลำพูนกับหลัก
ภาวนา 4   พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการทำงาน และ
ด้านมิตรภาพ มีระดับมากที่สุด ด้านจิตวิญญาณ ด้านเป้าหมายชีวิต และด้านความรัก มีระดับมาก


3) แนวทางการพัฒนาสุขภาวะของบุคลากรของเรือนจำจังหวัดลำพูนตามหลักภาวนา 4  
พบว่าด้านกาย การรักษากายให้มีสุขภาพ แข็งแรง ไร้โรค มีสุขภาพที่ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนร่วมงาน 
ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความสุขในการช่วยเหลือผู้อื่นในการทำงาน ช่วยปลุกจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบในการทำงานมากยิ่งขึ้น ด้านสังคม การทำสมาธิทำให้จิตใจเราสงบ เกิดปัญญา สามารถพิจารณา 
ตัดสินใจอะไรได้ ที่ถูกต้อง จะนำไปสู่การพัฒนากาย สังคม จิตใจ และปัญญา จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น 
อยู่ร่วมกันในหน่วยงานก็มีความสุข สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้าน
จิตใจ การทำให้จิตสงบ คือสถานที่ ที่จะให้เกิดความสงบได้ จิตใจเข้มแข็ง ปฏิบัติงานที่ได้รับ
มอบหมายอย่างเต็มที่ ตามกำลังความสามารถมีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพัฒนาปัญญา เกิด
ปัญญา พิจารณาและพิเคราะห์งานได้ สามารถแยกออกได้ ว่างานไหนควรทำก่อนหลัง สามารถ
วิเคราะห์แยกแยะ สิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี ด้วยวิธี ฟังแล้วน ามาพิจารณา และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าง
มีสติ 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

วิโรจน์ตั้งเจริญเสถียร. วรณัน วิทยาพิภพสกุล. วริศา พานิชเกรียงไกร. วลัยพร พัชรนฤมล. แอนน์

มิลส์. (2561). การพัฒนาระบบ สุขภาพในประเทศไทย: รากฐานสำคัญของการบรรลุ

ห ลั กประ กัน สุขภาพ ถ้วนหน้า.[ออนไลน์ ]. แหล่งที่มา : chromeextension://

efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/viewer.html?pdfurl=https%3A%2F%2Fww

w.thelancet.com%2Fpb-ssets%2FLancet%2Fpdfs%2FS01 40673618301 983_

Thai. pdf& clen= 2408876&chunk=true สืบค้นเมื่อ 6 เม.ย. 2562.

วิชัย เอกพลากร และคณะ. (2559). การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5.

นนทบุรี: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.

บุญโรม สุวรรณพาหุ และคณะ. “สุขภาวะของวัยรุ่น : กรอบมโนทัศน์และเครื่องมือประเมินทาง

จิตวิทยา”. วารสารพฤติกรรมศาสตร์. ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม): 133.

ฝ่ายบริหารทั่วไป. (2565). รายชื่อข้าราชการเรือนจำจังหวัดลำพูน. ลำพูน : เรือนจำจังหวัดลำพูน. (อัด

สำเนา).

สิน พันธุ์พินิจ. (2547). เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : บริษัท จูนพับลิชชิ่ง

จำกัด.

ยุทธพงษ์ กัยวรรณ์. (2553). พื้นฐานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาศาสตร์.

ประกอบ กรรณสูตร. (2542). สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. (กรงเทพมหา

นคร : ด่านสุทธาการพิมพ์.