A Study of Homespun Pattern and Culture of Tai Lue in Nan Province

Main Article Content

Somkit Nanta
Banthika Jaruma

Abstract

This research aims 1) to study on the process of producing homespun cloth pattern and 
the cloth usage in the socio-cultural context; 2) to collect the pattern. design. and type of the 
homespun clothes. and 3) to offer guidelines for preserving the process of producing the 
homespun clothes of original Tai Lue in the current context. This research is a qualitative research 
which used techniques of the Participation Action Research. chose the specific areas for studying. 
and collected the data from 15 informants who were chosen from the experts’ 
recommendations. The key informants were the producers. the local scholars. and the 
governmental organizations. The research instruments were the Structured In-depth Interview 
form. The data were collected by the interview and were presented as descriptive style. 
The research found that: 
1.Most homespun clothes of Tai Lue had beautiful designs and showed the original 
cultural identities which inherited by descendants. The clothes usage was divided into 3 
objectives: 1) for apparel; 2) for household using; and 3) for holy ceremony. 
2.There were 5 types of the pattern and designs. They were (1) geometry. (2) plants. (3) 
animals. (4) imagined animals. and nature. Tai Lue women admired wearing the clothes to attend 
the traditional ceremonies and auspicious time. 
3.The followings were guidelines for the clothes preservation: 1) to cultivate the love 
consciousness on the clothes in the descendants’ mind; 2) to promote the participation of the governmental organizations. 3) to construct the network for raising the product grade. and 4) to 
use the innovation and technology in the process of production. 
Conclusion 
The process of Tai Lue- cloth weaving in Nan province was inherited through the system 
of relatives. In the past. there was a belief that any woman had to have an ability of weaving 
before wedding. There were 3 factors of weaving: the need of apparel; the need of household 
usage; and the need for religious ceremony. However. nowadays the factors were changed to be 
the need of household income from doing business. The outstanding point of Tai Lue clothes 
were to be cotton and its pattern which was geometry. produced from “Jok” and “Khid” 
techniques. The highly popular Tai Lue cloth was sarong which was made from the wide fabric. 
The guidelines for Tai Lue cloth preservation were to teach the new generation to emphasize on 
its value. and to do it by themselves as usual. Moreover. recommendations on using the online 
media to publicize the products and also using the new technology to help on the production 
process. 
Suggestions 
The government should formulate a strategy for the production of community products 
with standards to have value.  Compared with the standards of the manufacturing plant using 
technology  And develop the fabric groups. ethnic clothing groups to have their own unity  
Promote distribution easily. conveniently. and quickly. Campaign for Thai people nationwide to 
join hands together wearing Thai woven fabrics. 

Article Details

Section

Research Article

References

กฤษณา วงษาสันต์. (2552). วิถีไทย. กรุงเทพฯ: เธิร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชั่น.

กาญจนา เกียรติมณีรัตน์. (2546). ภูมิปัญญาในการทอผ้าพื้นเมืองภาคเหนือ: รูปแบบการเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้ของครูภูมิปัญญาไทย. ปริญญา ศศ.ด. (อาชีวศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ถ่ายเอกสาร.

งามพิศ สัตย์สงวน. (2532). หลักมานุษยวิทยา. กรุงเทพฯ: เจ้าพระยาการพิมพ์.

จรัญญา สีพาแลว. (2545). การทอผ้าของละว้าบ้านมืดหลอง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

จารุวรรณ ธรรมวัตร. (2532). วิเคราะห์ภูมิปัญญาอีสาน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ฉลาดชาย รมิตานนท์. (2550). แนวคิดในการศึกษาอัตลักษณ์ความเป็นไท. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.

ฉลาดชาย รมิวตานนท์. (2554). คนกับอัตลักษณ์ 2 ในเอกสารประกอบการประชุมประจำปีทางมานุษยวิทยา. วันที่ 27–29 มีนาคม 2545 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร.

ชานนท์ รุ่งเรือง. (2555). การเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและการลดต้นทุนโดยใช้เทคนิคการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมอลูมิเนียม. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม.

ชีวรรณ เจริญสุข. (2547). กลยุทธ์การปรับตัวทางการตลาดของร้านค้าปลีกไทยแบบดั้งเดิม (โชวห่วย). บัณฑิตวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีปทุม. บริหารธุรกิจ การตลาด.

ณัฐ อิรนพไพบูลย์. (2554). ความพึงพอใจของผู้รับเหมาต่อส่วนประสมทางการตลาดผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จของโรงงานซีแพคแฟรนไชส์ สาขาจอมทอง. บัณฑิตวิทยาลัย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. บริหารธุรกิจการตลาด.

ดำรงค์ ฐานดี. (2546). “สังคมและวัฒนธรรม.” หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.

ทรงพล ต่วนเทศ. (2555). ศึกษาภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองของคนไทยเชื้อสายลาวครั่ง ในจังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธีรกิติ นวรัตน ณ อยุธยา. (2547). การตลาดสำหรับการบริการ: แนวคิดและกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นัทธนัย ประสานนาม. (2545). “เพศ ชาติพันธุ์ และปัญหาเกี่ยวกับอัตลักษณ์ ในภาพยนตร์เรื่อง Touch of Pink.” [ออนไลน์]. http://www.midnightuniv.org/midnight2545/document95248.html

นัยรัตน์ เหลี่ยมวานิช. (2547). กระบวนการเรียนรู้ การรวมกลุ่มและการมีส่วนร่วมของกลุ่มสตรีผู้ประกอบอาชีพการทอผ้าพื้นเมือง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2530). อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับผลกระทบต่อวัฒนธรรม. วารสารศิลปวัฒนธรรม. 8.6 (เมษายน). 63-80.

นุสรา เตียงเกตุ และคณะ. (2552). ห้องเรียนทอผ้า. โครงการส่งเสริมการทอผ้าพื้นเมืองแม่แจ่ม การสืบทอดความรู้เรื่องผ้าพื้นเมืองแม่แจ่ม.

บัญชา อุดโพธิ์. (2551). พัฒนาการผ้าทอตีนจกลายหนีน้ำท่วม กรณีศึกษากลุ่มทอดผ้าตีนจก วัดบ้านไร่ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ประเวศ วะสี. (2545). สันติวิธีกับสิทธิมนุษยชน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.

ประสิทธิ์ ลีปรีชา. (2546). การสร้างและสืบทอดอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ใน วาทกรรมอัตลักษณ์. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์.

ประสิทธิ์ ลีปรีชา. (2547). การสร้างและสืบทอดอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งใน วาทกรรมอัตลักษณ์. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์.

เผชิญ จิณสิทธิ์. (2527). อนุสรณ์ไทยลื้อ. น่าน: สำนักพิมพ์แดนไทย.

ยุรฉัตร บุญสนิท. (2546). ลักษณะความสัมพันธ์ของวรรณกรรมกับสังคม. ใน พัฒนาการวรรณคดี. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ยุรฉัตร บุญสนิท. (2546). ลักษณะความสัมพันธ์ของวรรณกรรมกับสังคม. ใน พัฒนาการวรรณคดี. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

ฤชุอร แซ่โกย. (2544). อาชีพการทอผ้ากี่เอวของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง บ้านพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ศ.วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. (2550). สารานุกรมผ้าและเครื่องถักทอ. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.

สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์. (2555). บทบาทของสถานศึกษากับภูมิปัญญาไทย. กรุงเทพฯ: เธิร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชั่น.

อดุลย์ จาตุรงคกุล. (2543). กลยุทธ์การตลาด (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อภิญญา เฟื่องฟูสกุล. (2543). อัตลักษณ์ (identity): การทบทวนทฤษฎีและกรอบแนวคิด. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.

อัษฎากรณ์ กิตฺติภทฺโท (ฉัตรานันทน์). (2554). การศึกษารูปแบบและความเชื่อเรื่องผ้าทอที่ใช้ในพระพุทธศาสนาของชาวไทลื้อเชียงคำ.

อาภรณ์ จันทรสมวงศ์ และคณะ. (2555). ฟื้นเมืองเก่าให้มีชีวิต. กรุงเทพฯ: สวัสดีการพิมพ์.

เอกวิทย์ ณ ถลาง. (2546). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการความรู้. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: อมรินทร์.