การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในลุ่มแม่น้ำเลย จังหวัดเลย

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ธงชัย สิงอุดม
ธีระวัฒน์ แสนคำ

บทคัดย่อ

งานวิจัยเรื่อง การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในลุ่มแม่น้ำเลย จังหวัดเลย มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาประวัติศาสตร์และความสำคัญของแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลย จังหวัดเลย (2) ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลย จังหวัดเลย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และ (3) สร้างเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลย จังหวัดเลย ผลการศึกษาพบว่า


แหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในลุ่มแม่น้ำเลยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการวิจัย มีจำนวน 20 แห่ง ซึ่งสามารถแยกเป็นกลุ่มตามลักษณะของแหล่งโบราณคดีออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ แหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในวัฒนธรรมทวารวดี จำนวน 1 แห่ง แหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในวัฒนธรรมล้านช้าง จำนวน 9 แห่ง แหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในวัฒนธรรมร่วมรัตนโกสินทร์ จำนวน 10 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนแต่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศิลปกรรมควรแก่การอนุรักษ์และพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป


จากการวิเคราะห์แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลยพบว่า สภาพและสาเหตุปัญหาการรุกล้ำ ทำลายและละเลยการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลยที่สำคัญ ได้แก่ การบุกรุกทำลายด้วยความไม่เห็นคุณค่า ขาดการเอาใจใส่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดี และขาดความร่วมมือการอนุรักษ์ดูแลแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาของชุมชน


แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลยสามารถทำได้โดยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนซึ่งแยกออกเป็น 3 แนวทาง คือ แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีในระดับนโยบาย แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับวัดและชุมชน และแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีระดับจังหวัดและองค์กรทางด้านวัฒนธรรม


จากการสร้างเครือข่ายชุมชนอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลย ทำให้เกิดกระบวนการทำงานเพื่อสร้างเครือข่ายเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการประสานงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขั้นตอนการประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขั้นตอนการคัดเลือกคณะทำงานเครือข่ายชุมชน ขั้นตอนกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานเครือข่ายชุมชน ซึ่งมีการนำหลักพุทธธรรม “อปริหานิยธรรม” มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีเชิงบูรณาการ เพื่อที่จะนำพาให้แหล่งโบราณคดีทางพระพุทธศาสนาในบริเวณลุ่มแม่น้ำเลยได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างจริงจังและยั่งยืนต่อไป

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 11. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา, 2534.

กรมศิลปากร. พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 พร้อมด้วยระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง. กรุงเทพฯ: กลุ่มงานนิติการ สำนักเลขานุการกรม กรมศิลปากร, 2541.

คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาจังหวัดเลย. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว, 2544.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). การพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโกมล คีมทอง, 2552.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก, 2557.

พระราชวชิรเมธี และคณะ. “รายงานการวิจัยเรื่องการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณคดีตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร”. รายงานการวิจัย สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2556.

สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร. แนวทางการอนุรักษ์โบราณสถานสำหรับพระสงฆ์. กรุงเทพฯ: สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร, 2550.

อานันท์ กาญจนพันธุ์. มิติชุมชน: วิธีคิดท้องถิ่นว่าด้วยสิทธิ อำนาจและการจัดการทรัพยากร. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544.