ความต้องการของพนักงานมหาวิทยาลัยต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

อานนท์ มะโนเมือง

บทคัดย่อ

การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการของพนักงานมหาวิทยาลัยต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการของพนักงานมหาวิทยาลัยต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักธรรม อคติ 4 ต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 4) เพื่อเสนอแนวทางในการประยุกต์ใช้หลักอคติ 4 กับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นการวิจัยเชิงผสมผสานที่ใช้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 258 คน และเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์เพื่อหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เปรียบเทียบโดยการทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที (t-test) ค่าเอฟ (F-test) ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) และวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) และข้อมูลการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยจะทำการจัดกลุ่มข้อมูลตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา


ผลการศึกษาวิจัยพบว่า




  1. ประชากรกลุ่มตัวอย่างในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 148 คน คิดเป็นร้อยละ 57.4 มีอายุระหว่าง 31-45 ปี จำนวน 184 คน คิดเป็นร้อยละ 71.3 มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 138 คน คิดเป็นร้อยละ 53.5 ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 11-15 ปีขึ้น จำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 30.2 มีตำแหน่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 214 คน คิดเป็นร้อยละ 82.9 และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 15,001–25,000 บาท จำนวน 141 คน คิดเป็นร้อยละ 54.7




  2. ระดับความคิดเห็นของความต้องการของพนักงานมหาวิทยาลัยต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า พนักงานมหาวิทยาลัยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก




  3. ระดับความคิดเห็นในการนำหลักธรรมอคติ 4 ประยุกต์ใช้การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน พบว่า พบว่า พนักงานมหาวิทยาลัยมีความคิดเห็นในการนำหลักธรรม อคติ 4 ประยุกต์ใช้กับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับน้อย




  4. การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการพนักงานมหาวิทยาลัยต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำแนกตามเพศ อายุ วุฒิการศึกษา ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ตำแหน่งในการปฏิบัติงาน และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ และจากการประยุกต์ใช้หลักธรรมทางอคติ 4 กับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้



##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116. ตอนที่ 74 ก (19 สิงหาคม 2552).

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. ระบบการประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ: การอุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, 2551.