แนวทางการปฏิบัติตามศีลห้าของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้ม ชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการปฏิบัติตามศีลห้า ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน” มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาศีลห้า ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการปฏิบัติตามศีลห้า ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการประยุกต์ใช้หลักศีลห้า ในการพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ศึกษาจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 15 ท่าน และจากการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) จากกลุ่มผู้ร่วมสนทนาซึ่งเป็นนักเรียน จำนวน 10 ท่าน
ผลการวิจัยพบว่า
นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์มีความรู้ ความเข้าใจที่เป็นธรรมชาติ กล่าวคือ ศีล แปลว่า ปกติ เพราะปกติของคนเรานั้นย่อมรักชีวิตของตนและเห็นคุณค่าชีวิตของคนอื่น เมื่อมีความรู้สึกเช่นนี้ จึงยินดีในการรักษาศีล เพราะไม่ปรารถนาจะเบียดเบียนซึ่งกันและกัน การรักษาศีลจึงเป็นการนำไปสู่ความเป็นคนที่ปกติสมบูรณ์ มีความเอื้ออาทรต่อกัน รู้จักให้และมีการประกอบสัมมาอาชีวะ ซึ่งความเข้าใจที่ถ่องแท้ในเรื่องของการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เบียดเบียนใคร มีการปฏิบัติที่ยับยั้งชั่งใจไม่ประพฤติในทางที่ไม่ดี และจากพื้นฐานของชุมชนพระบาทห้วยต้ม และครอบครัว ที่มีหิริโอตัปปะ ซึ่งเป็นอาการของจิตที่หวั่นไหวเมื่อจะทำความชั่ว เพราะกลัวความผิดที่จะตามให้ผลในภายหลังเกิดขึ้นได้เพราะคิดถึงโทษหรือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำชั่ว จากการประพฤติทุจริตของตน เช่น ตัวเองต้องเดือดร้อน เกิดความเสียหายแก่ตนเอง ครอบครัวเสียทรัพย์สินเงินทอง ถูกคนอื่นตำหนิติเตียน ถูกสังคมรังเกียจ เป็นต้น
พฤติกรรมการปฏิบัติตามศีลห้า ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ เป็นผลอันเกิดจากการที่บริบทของชุมชน และพื้นฐานของครอบครัวที่มีการปฏิบัติและสืบทอดการมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความรู้สึกซึมซับอย่างพอดีและลงตัว จึงมีการแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมาทางกาย วาจา และใจอย่างถูกต้อง ดีงาม และแสดงพฤติกรรมตอบการสนองในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมได้ตามความเหมาะสมกับวัย อันส่งผลให้เป็นปัจจัยนำไปสู่พลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งนำไปสู่การอยู่รวมกันอย่างสันติสุขของชุมชน และสังคม และประเทศชาติภายใต้การปฏิบัติตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
แนวทางการประยุกต์ใช้หลักศีลห้า เพื่อพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ การประยุกต์หลักศีลห้าเพื่อพัฒนาพฤติกรรมนั้นคือการนำหลักศีลห้าไปประพฤติปฏิบัติโดยอาศัยกระบวนการของการมีส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน และให้มีการแสดงแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เด็ก รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับครอบครัว เพื่อน ครูอาจารย์ เพื่อให้มีความประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ มีจิตใจที่ดีงามมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การรักษาศีลห้าต้องประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ มีความสำรวมระวัง ทำให้อยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบสันติ ดำเนินชีวิตถูกต้องตามแนวทางพระพุทธศาสนาและเป็นคนดี มีคุณธรรม พัฒนาชุมชน ประเทศชาติในที่สุด
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2553.
พระเทพสุวรรณโมลี. ความหมายของศีล 5. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.dmc.tv/pages/praying/ศีล5.html
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
เสกสันต์ ศิรวรรณ. “ความศรัทธาในศีล 5 ที่มีต่อการปฏิบัติตนของวัยรุ่น”. สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2553.