อัตลักษณ์กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของปราสาทนครวัด ราชอาณาจักรกัมพูชา

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระมหาคาวี ญาณสาโร/สร้อยสาคํา
บัญชา พร้อมดิษฐ์

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาการดำรงอยู่ และการสืบสานอัตลักษณ์2) เพื่ออธิบาย หน่วยงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในการสนับสนุนให้เกิดการสืบสานอัตลักษณ์ของ ปราสาทนครวัด ราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) ทำการศึกษา เอกสาร ร่วมกับเก็บข้อมูลด้วยการสังเกต และสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง 12 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการ วิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัย พบว่า


1.ปราสาทนครวัดมี 3 อัตลักษณ์ที่ดำรงอยู่คือภาพปราสาทนครวัด นางอัปสรและระบำอัปสรา


2.การสืบสานอัตลักษณ์ “ภาพปราสาทนครวัด” ผ่านช่องทาง 1) การสร้างชาติ 2) การจัดการ จากภายนอกและภายในประเทศ 3) แผนการจัดการการท่องเที่ยว และพัฒนาพื้นที่ 4) การสร้างอาชีพ 5) สัญลักษณ์หรือโลโก้ 6) การประชาสัมพันธ์ภาพถ่าย 7) ของที่ระลึกและของประดับ 8) ความเชื่อทางศาสนา 9) การแสดงและการจัดงาน 10) การสัก


3.การสืบสานอัตลักษณ์ “นางอัปสร”ผ่านช่องทาง 1) การอนุรักษ์ภาพสลัก 2) การสร้างความเชื่อด้านวิญญาณ และมีคุณสมบัตินางอัปสรที่ดี 3)ของที่ระลึก เครื่องประดับและของใช้ในบ้าน 4)โลโก้หรือสัญลักษณ์ 5) การสัก


4.การสืบสานอัตลักษณ์ “ระบำอัปสรา” ผ่านช่องทาง 1) การคิดค้นท่ารำและการแต่งกายที่เป็นมาตรฐาน 2) การสร้างอาชีพ 3) สัญลักษณ์หรือโลโก้4) ของที่ระลึก 5) เหตุผลด้านเศรษฐกิจครัวเรือนจิตสำนึกและการสอน 6) การแสดงในชุมชน ร้านอาหาร โรงแรมและอื่นๆ และการจัดงานภายนอกประเทศ 7) การสัก


5.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในการสืบสานอัตลักษณ์ ภาพปราสาทนครวัด นางอัปสร และ ระบำอัปสรา ยังไม่ครบองค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือ 1) มีการอนุรักษ์อัตลักษณ์ 2) การให้ข้อมูลและความรู้แก่นักท่องเที่ยวในการเข้าชมมีน้อย 3) มีการจัดการทั้งสนับสนุนและไม่ สนับสนุนอัตลักษณ์ 4) ชุมชน/ท้องถิ่นไม่ได้มีส่วนร่วมยกเว้นระบำอัปสราที่ชุมชน/ท้องถิ่นสอนการรำแก่เด็กและเยาวชน จัดงานหรือการแสดงในชุมชน5) การอนุรักษ์ของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวมี ความเสี่ยง 6) นักท่องเที่ยวยังไม่เคารพในอัตลักษณ์แต่มีความพึงพอใจในการได้ชมอัตลักษณ์ และมี ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูง

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

มาโนช พรหมปัญโญ และคณะ. (2556). แนวทางการเตรียมความพร้อมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน. วารสารการบริการและการท่องเที่ยวไทย. 8 (2) (กรกฎาคม - ธันวาคม 2556); 36-47.

บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: บริษัทเพรส แอนด์ ดีไซน์จำกัด.

เมธาวี ศิริวงศ์. (2556). ประเพณีประดิษฐ์กับการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม กรณีศึกษา งานเทศกาลประเพณีแซนโฎนตา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สุธีรา อะทะวงษา. (2560). การสืบทอดวัฒนธรรมการฟ้อนสาวไหมและแนวทางการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์บริการการตลาดเพื่อสังคม. วารสารสมาคมนักวิจัย. 22 (1); 137-149.

เอื้องฟ้า ถาวรรักษ์. (2555). การอนุรักษ์สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านชาวกะเหรี่ยง “รำตง” อำเภอศรีสวัสดิ์จังหวัดกาญจนบุรี. กาญจนบุรี : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี.

ปานจันทร์ แสงสวาสดิ์, พรชัย เทพปัญญา และอาคม เจริญสุข. (2557). การสืบสานนาฏศิลป์ไทยของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal, 7 (3); 559-570.

สุภาวดี โพธิเวชกุล. (2552). การแก้ไขท่าทางในการปฏิบัติท่ารำให้ได้มาตรฐานนาฏศิลป์ไทยแบบหลวง รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.