บทบาทของภาครัฐในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น : กรณีศึกษาด้านการทอผ้า ชุมชนบ้านวังเจ้า อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการมีบทบาทของภาครัฐในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น : กรณีศึกษาด้านการทอผ้า ชุมชนบ้านวังเจ้า อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อบทบาทของภาครัฐในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้าและเพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง คำนวณโดยใช้ตารางคำนวณของ Taro Yamane ที่จำนวน ๔๐๐ คน โดยใช้ระดับความเชื่อมั่นที่ ๙๕% เครื่องมือที่ใช้สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ระดับของบทบาทภาครัฐในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้า อยู่ในระดับปานกลาง (x = ๓.๓๗, S.D. = .๖๑๗) สำหรับการพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านเงินทุน (x = ๓.๔๕, S.D. = .๖๒๒) และรองลงมาตามลำดับคือ ด้านการผลิต (x = ๓.๓๘, S.D. = .๖๘๔) ด้านการตลาด (x = ๓.๓๖, S.D. = .๕๕๗) และด้านการบริหารจัดการ (x = ๓.๓๐, S.D. = .๖๐๕)
๒. ปัจจัยที่มีผลต่อบทบาทภาครัฐในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้า จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เพศ อายุ อาชีพ รายได้ ระดับการศึกษา ระยะเวลาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ การเป็นสมาชิก มีผลต่อบทบาทภาครัฐในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้า ส่วนด้านการมีความรู้ในการทอผ้า ไม่มีผล
๓. แนวทางในการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้าของภาครัฐ กลุ่มตัวอย่างได้ให้ความเห็นคือควรจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ทางการเงินให้แก่กลุ่มแม่บ้านเพื่อให้ความรู้ เพื่อเป็นการวางแผนในการบริหารจัดการของกลุ่ม รวมทั้งอบรมในด้านการผลิต เพื่อให้ผ้าทอมีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น และเพื่อรองรับในการพัฒนาในทุก ๆ ด้านต่อไป
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. กรุงเทพฯ: วี อินเตอร์ พริ้นท์, ๒๕๕๐.