การพัฒนาการเรียนรู้ภาษาจีนโดยใช้หนังสือ 3 มิติร่วมกับแบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนจิตราวิทยา

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ถิรายุ อินทร์แปลง
มณฑิตา มณีรัตน์
พรภวิษย์ หล้าพีระกุล

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 2 ประการเพื่อ (1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทาง       
การเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยสื่อหนังสือ 3 มิติ ร่วมกับแบบฝึกทักษะและ (2) ศึกษาความ       
พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ภาษาจีนด้วยหนังสือ 3 มิติร่วมกับแบบฝึกทักษะ ประชากรที่ใช้
ในการวิจัยนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จ านวน 4 ห้องเรียน 132 คนที่ศึกษาในโรงเรียนจิตรา
วิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 4 จำนวน 
34 คนได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเป็นกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมีทั้งหมด 5 เครื่องมือดังนี้              
(1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้หนังสือ 3 มิติ ร่วมกับแบบฝึกทักษะ จำนวน 5 แผน (2) หนังสือ 3 มิติ 
จำนวน 5 เล่ม (3) แบบฝึกทักษะภาษาจีนจำนวน 34 ชุด (4) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20 ข้อและ(5)แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน
ด้วยหนังสือ 3 มิติ ร่วมกับแบบฝึกทักษะ จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ 
ค่าเฉลี่ย(M) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(SD) และสถิติทดสอบ t-test แบบ dependent sample 


ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือ 3 มิติ ร่วมกับ
แบบ ฝึก ทักษะห ลังเรียน สูงกว่า ก่อนเรียนอ ย่างมี นัยส า คัญทางส ถิ ติ ที่ระ ดับ .05 และ              
(2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ภาษาจีนโดยใช้หนังสือ 3 มิติ ร่วมกับแบบฝึกทักษะของ
ผู้เรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M = 2.52, SD = 0.68) 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). นโยบายการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ.

กรุงเทพมหานคร : สำนักเลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ.

กิติยาพร เนื้ออ่อน. (2552). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตการสอนภาษาไทย). บัณฑิต

วิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ฉวีวรรณ คูหาภินันทน์. (2545). การส่งเสริมการเรียนรู้และการอ่าน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์

ศิลปาบรรณา.

ณัฐชา อักษรเดช. (2554). การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความส าคัญส าหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน).

ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา

ดุรงค์ฤทธิ์ สุดสงวน. (2538). หนังสื่อการ์ตูนประเภทพ๊อพอัพส าหรับเด็น 6-10 ปี. กรุงเทพมหานคร. .

คณะมัณฑณศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปกรณ์.

แตงเถา กุ้งแก้วและชมพูนุช รัตนเลิศนาวี. (2564). การประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน ส าหรับการเรียนการ

สอนสัทอักษรภาษาจีน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. 17(1), 37-58.

ถวัลย์ มาศจรัส. (2538). นวัตกรรมทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์ธารอักษร.

ถวัลย์ มาศจรัสและคณะ. (2550). นวัตกรรมการศึกษาชุดแบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ.

กรุงเทพมหานคร: เซ็นจูรี่.

เบญจมาภรณ์ ฤาไชยและลลิตพรรณ ปัญญานาค. (2563). การศึกษากลวิธีการโค้ชเพื่อพัฒนารูปแบบ

การเรียนการสอนภาษาจีน. วารสารมณีเชษฐาราม. 4(2), 64-75.

เพชราพรรณ เพชราเวชและชัชวิน นามมั่น. (2559). การพัฒนาหนังสือสามมิติเสริมบทเรียน เรื่อง

ระบบสุริยะด้วยเทคโนโลยีออกเมนเต็ดเรียล ลิตี้. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยราชภัชอุบลราชธานี.

โรงเรียนพิงครัตน์. (2565). รายงานประเมินตนเองประจำปีการศึกษา 2558. [เอกสารอัดสำเนา].

เชียงใหม่ : ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนพิงครัตน์.

วรรณิษา ไวยฉายี. (2565). การจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในสถานการณ์ปัจจุบัน. วารสาร

บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. 16(1), 153-166.

วิริยะ สิริสิงห์ และคณะ. (2542). การทำหนังสือสำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น.

สำนักพิมพ์อัมรินทร์. (2560). AMARIN BABY & KIDS. 10(145), 132-167.

โสภิต สุวรรณเวลาและสุชาดา อ่อนรู้ที่. (2565). ผลการใช้รูปแบบหนังสือภาพประกอบสร้างสรรค์ 3

มิติส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้านภาษา ช่วงอายุ1-3 ปี. การประชุมวิชาการน าเสนอผลงานวิจัย

ระดับชาติ. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (ย่านมัทรี).