การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และสุขภาวะของสามเณรตามหลัก กพด. ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง “การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และสุขภาวะของสามเณรตามหลัก กพด. ตามแนว พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนา สามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรม ตามหลัก กพด. อันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2) เพื่อพัฒนากระบวนเรียนรู้และสุขภาวะของสามเณร และ 3) เพื่อวิเคราะห์การเรียนรู้และสุข ภาวะของสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรม การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัย แบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Methods) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Methods) โดยมีประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้จัดการโรงเรียน จำนวน 15 รูป ผู้อำนวยการ จำนวน 15 รูป ครูประจำการ จำนวน 204 รูป/คน
ผลการวิจัย พบว่า
1. กระบวนการพัฒนาสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรม ตามหลัก กพด. อันเนื่องมา จากแนวพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกอบด้วย ด้านการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ด้านการบริหารกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนานักเรียน ด้านการส่งเสริมคุณภาพการจัดการศึกษา ด้านการ พัฒนาห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ และด้านการสร้างเครือข่ายพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน สำหรับสุข ภาวะของสามเณรแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการ งบประมาณ กิจกรรมและอุปกรณ์ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
2. การพัฒนากระบวนเรียนรู้และสุขภาวะของสามเณรตามหลัก กพด. อันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกอบด้วยการวางแผนร่วมกันกระบวนการเรียนรู้และสุขภาวะ ของสามเณร การจัดการสุขภาวะของสามเณรเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ประเภทกิจกรรมและปริมาณอาหารตาม ความต้องการและการประสานงานอย่างต่อเนื่องในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
3. วิเคราะห์การเรียนรู้และสุขภาวะของสามเณร โรงเรียนพระปริยัติธรรมตามหลัก กพด. อันเนื่องมาจาก แนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งในการจัดพัฒนากระบวนการเรียนรู้และ สุขภาวะของสามเณรพบว่ามีปัญหา อุปสรรคในการจัดโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนพระปริยัติธรรม มี รายละเอียด คือ ด้านงบประมาณ ร้อยละ 40.0 บุคลากรที่มีความรู้33 .3 ร้อยละและผู้ปกครองไม่ให้การสนับสนุน ร้อยละ 26.7 สำหรับ ปัญหา อุปสรรคในการการพัฒนากระบวนการเรียนรู้และสุขภาวะของสามเณร โดยมี รายละเอียด คือ ราคาวัสดุสูง ร้อยละ 66.7 สถานที่เก็บอุปกรณ์ไม่เหมาะสม ร้อยละ 53.3 บุคลากร ร้อยละ 53.3 สถานที่รับประทานอาหาร ร้อยละ 46.7 สถานที่ซักล้างทำความสะอาด ร้อยละ 40.0 ซึ่งปัญหาด้านนโยบายโรงเรียน พระปริยัติธรรม ที่ยังขาดการสร้างความเข้าใจ ความตระหนักด้านนโยบายให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานอย่างจริงจัง ปัญหาด้านงบประมาณ แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐมากพอสมควร แต่ เนื่องจากสภาพของโรงเรียนพระปริยัติธรรม ไม่เอื้อต่อการจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพและต้องใช้ทุนในการพัฒนามาก ปัญหาด้านวัสดุอุปกรณ์พบว่า ยังขาดแคลนวัสดุ อุปกรณ์เป็นจำนวนมาก ปัญหาด้านแรงงาน ในที่ยังต้องอาศัย หน่วยงานของรัฐ และคนในชุมชนส่วนด้านอนามัยโรงเรียนและการตรวจสุขภาพก็ยังต้องให้สถานีอนามัยและ โรงพยาบาลเข้ามาให้ความช่วยเหลือและปัญหาด้านวิธีการ พบว่า วิธีการจัดการสอน ยังผลสัมฤทธิ์ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการและความคาดหวังของนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องด้วยเป็นโรงเรียนที่มีบุคลากรน้อยและมีภาระงาน เยอะ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่จะนำไปประยุกต์ใช้ต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้ง ไว้ รวมทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนั้น เพื่อให้เกิดความมีประสิทธิผลมากที่สุด ในการทำประโยชน์ให้กับ ประชาชน สังคม และประเทศชาติ ต่อไป
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
1. ภาษาไทย
พระมหาประจักษ์ กิตฺติเมธี (ทองดาษ). “การบริหารงานวิชาการสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลีดีเด่น กรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์. ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, 2556.
พระมหาวรชิต ขอดแก้ว. “ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ ศึกษา ในจังหวัดแพร่”. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาการบริหารและพัฒนาประชาคมเมืองและ ชนบท : มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 2558.
วิชิต บุญเลิศ. “ปัญหาการบริหารงานวิชาการระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1”. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม.. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2553.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2559. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 11. เข้าถึงเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ.2559จาก http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/
2. ภาษาอังกฤษ
Kimbrough, Ralph B. and Nunnery, Michael Y. (1988). Educational Administration: An Introduction. 3rd ed. New York: Macmillan Publishing Company.
Marzano, R. J., Waters, T., & McNulty, B. A. (2005). School leadership that works: From research to results. Alexandria, VA: Association for Supervision and Curriculum.