รูปแบบการบริหารจัดการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนโรงเรียนบ้านโป่งเกลือ
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัย เรื่อง รูปแบบการบริหารจัดการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของ
นักเรียนโรงเรียนบ้านโป่งเกลือ มีวัตถุประสงค์คือ 1.) เพื่อศึกษาแนวทางในการจัดการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2.) เพื่อพัฒนาและสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการ
สื่อสาร 3.) เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัย
เชิงคุณภาพ (Qualitative Research) กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม (Questionnaire) และแบบ
สัมภาษณ์ (Interview)
ผลวิจัยพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ได้ใช้สื่อออนไลน์เพื่อเป็นการบริหารจัดการตามยุคสมัย ได้
ช่วยพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ ทั้ง 4 ด้าน เพื่อการสื่อสารของนักเรียนโรงเรียนบ้านโป่งเกลือดี
ขึ้น และนอกจากนี้สามารถใช้สื่อออนไลน์เพื่อเพื่อพัฒนาและสร้างรูปแบบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อ
การสื่อสาร ทั้ง ๔ ด้าน อย่าไรก็ตาม นักเรียนส่วนใหญ่สามารถใช้สื่อออนไลน์เพื่อนำเสนอรูปแบบการ
จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารไม่ว่าจะด้านการฟัง การอ่าน การเขียนและการพูด
เสริมสร้างทักษะของนักเรียนบ้านโป่งเกลือให้มีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ (นพ.) (2008). ทักษะแห่งอนาคตใหม่: การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21.
Open worlds. Retrieved 4 March 2021 from http://openworlds.in.th/books/
21stcentury-skills/.
ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ พ.ศ. 2551 – 2554 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนัก
พัฒนาการท่องเที่ยว. (2549). สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม, 2563, จาก www.tourism.go.th
สำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมอิเล็กทรอนิคส์ (2555). รายงานผลการเรียนรายวิชา
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการเรียน. ภาคเรียนที่ 2/2554 เอกสารประกอบการ
ประชุม.
เสาวภา วิชาดี (2011). รูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนในมุมมองของทฤษฎีการเรียนรู้แบบ
ประสบการณ์. Executive Journal มหาวิทยาลัยกรุงเทพ. มกราคม – มีนาคม 2011, 135
– 180 Retrieved February 2, 2021 from http://www.bu.ac.th/knowledgecenter/
executive_journal/jan_mar_11/pdf/aw24pdf
อมรรัตน์ จันทวงค์. (2549). การเรียนรู้ด้วยตนเอง. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์2563, จาก
http://gotoknow.org/blog/amornrat/39420
ณภัทร ธนเตชาภัทร์. (2553). ความสำคัญของการสื่อสาร. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม, 2563, จาก
http://learners.in.th/blog/thenut/15118
อมรรัตน์ จันทวงค์. (2549). การเรียนรู้ด้วยตนเอง. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์, 2563, จาก
http://gotoknow.org/blog/amornrat/3941
Bechter, C. and Esichaikul, V. (2 0 0 8 ) . Using Kolb’s Learning Style Inventory for E-
learning Personalization. Research Abstract, Asian Institute of Technology,
Thailand.
Bellance, J. and Brandt, R. (2012). 21st Century Skills: Rethinking How Students Learn.
Retrieved March 3rd, 20 21 from http://www.p21. org/overview/skills-
framework/261.
Bostorm, R. P. et. al. (1 9 9 3 ) . Learning Styles and End-User Training: A First Step. MIS
Quarterly. March 1993, 118-120.
Brown, Doglus. H. (2 0 0 1 ) . Making sense: the interaction of linguistic expression
andcontextual information. Applied Linguistics Journal, 10/1, 97-108.
Brown, Doglus H. (2001). Teaching by Principles: An Interactive Approach to Language
Pedagogy.3rd ed. New York: Longman.
Cheese, P. (2 0 0 8 ) . Netting the Net Generation. Businessweek.com. Retrieved March
4th,2021.