การพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พระมหาธนวุฒิ ญาณโสภโณ (อินทนนท์)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อ
กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 2. เพื่อเปรียบเทียบ
การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง
จังหวัดลำปาง โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนที่มีต่อกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง การ
วิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research)


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อกิจกรรมทาง
พระพุทธศาสนาของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
( x̅ = 3.28, S.D. = 0.836) 2) ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อกิจกรรมทาง
พระพุทธศาสนาของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยภาพรวมจำแนกตามเพศพบว่า
ไม่แตกต่างกัน (t = -0.496, Sig.= 0.620) จำแนกตามอายุพบว่าไม่แตกต่างกัน (F=1.732,
Sig.=0.059) จำแนกตามระดับการศึกษาพบว่าไม่แตกต่างกัน (F= 0.581, Sig.= 0.628) จำแนกตาม
สถานภาพพบว่าไม่แตกต่างกัน (F=1.285, Sig.=0.276) จำแนกตามอาชีพพบว่าไม่แตกต่างกัน (F=
1.983, Sig.=0.096) จำแนกตามรายได้ พบว่า ไม่แตกต่างกัน (F=1.430, Sig.=0.234) ดังนั้นจึงปฏิเสธ
สมมติฐานการวิจัย 3) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อกิจกรรมทาง
พระพุทธศาสนาของเทศบาลเมืองพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พบว่า ด้านการตัดสินใจคือการ
ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนในการพิจารณานโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกับ
เทศบาล ด้านการดำเนินงานคือการประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนได้ทราบถึงการจัดกิจกรรมทาง
พระพุทธศาสนา ด้านการประเมินผลคือการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนผลการจัดกิจกรรมที่ให้ประชาชนใน
ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ด้านการรับผลประโยชน์คือการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในชุมชนตามหลัก บวร.
การประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อกิจกรรมทาง
พระพุทธศาสนาพบว่า หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์คือการประชุมร่วมกันอยู่เป็นประจำ พร้อมเพรียงกัน
ประชุมเลิกประชุมและทำกิจที่ควรทำคือการประสานความร่วมมือกับชุมชน ไม่บัญญัติหรือเลิกล้ม
ข้อบัญญัติตามอำเภอใจคือการสร้างข้อตกลงร่วมกันเพื่อเป็นกรอบในการยึดถือ เคารพให้เกียรติและ
รับฟังความเห็นของผู้ใหญ่คือการสนับสนุนบทบาทของปราชญ์ผู้รู้ในชุมชน ให้เกียรติคุ้มครองสตรีและ
เด็กคือการเปิดโอกาสให้กลุ่มแม่บ้านและเยาวชนในชุมชนเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรม เคารพ
สักการบูชาปูชนียสถานคือการสนับสนุนให้พื้นที่วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในชุมชน ให้ความอารักขา
แก่พระอรหันต์กสมณพราหมณ์และผู้ทรงวิชาคุณคือการส่งเสริมบทบาทพระสงฆ์ในชุมชน ซึ่งการ
ประยุกต์หลักอปริหานิยธรรมดังกล่าวทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
ของเทศบาลเมืองพิชัยอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั่นเอง

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

บัญชายุทธ นาคมุจลินท์. แนวทางการพัฒนาศาสนทายาทที่พึงประสงค์ในพระพุทธศาสนา. วารสาร

บัณฑิตศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2557.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2557. หน้า 140.

พระมหาสุทิตย์ อาภากโรและคณะ. การพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการสร้างเครือข่าย

องค์กรพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุน

สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. 2556. หน้า 1.

พระเริ่ม ไขตะขบ และคณะ. แนวทางการมีส่วนร่วมระหว่างวัดและชุมชนในการจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา. วารสาร Veridian E Journal ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. มหาวิทยาลัยศิลปากร. 2560. หน้า 1898.

พระริน อคฺคเตโช (เป็ล). การศึกษาการเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมด้านคุณธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนวัดปุรณาวาส เขตทวี

วัฒนา กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหาร

การศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2553. บทคัดย่อ.

ไพฑูรย์ อารัมภรัตน์. การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อกิจกรรมทางพุทธศาสนา กรณีศึกษาเขตทวี

วัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal. SU Vol.6 No. 1

January – April 2013. 2556. หน้า 457.

พระปลัดสุรพงษ์ ฐิตญาโณ (แก้วกอ). “การศึกษาวิเคราะห์การบริหารองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นตาม

หลักอปริหานิยธรรม: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัด

อุบลราชธานี”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬา

ลงกรณราชวิทยาลัย. 2555.